<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
>

<channel>
	<title>สุรินทร์108ดอทคอม</title>
	<atom:link href="http://surin108.com/web/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://surin108.com/web</link>
	<description>เที่ยวเมืองสุรินทร์ กิจกรรมต่าง ๆ ในสุรินทร์ หาที่พักในสุรินทร์ งานช้างสุรินทร์</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Sep 2010 08:16:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
	<!-- podcast_generator="podPress/8.8" - maintenance_release="8.8.6.3" -->
	<copyright>2006-2007 </copyright>
	<managingEditor>doktup@gmail.com (สุรินทร์108ดอทคอม)</managingEditor>
	<webMaster>doktup@gmail.com (สุรินทร์108ดอทคอม)</webMaster>
	<category>posts</category>
	<ttl>1440</ttl>
	<image>
		<url>http://surin108.com/web/wp-content/plugins/podpress/images/powered_by_podpress.jpg</url>
		<title>สุรินทร์108ดอทคอม</title>
		<link>http://surin108.com/web</link>
		<width>144</width>
		<height>144</height>
	</image>
	<itunes:subtitle></itunes:subtitle>
	<itunes:summary>เที่ยวเมืองสุรินทร์ กิจกรรมต่าง ๆ ในสุรินทร์ หาที่พักในสุรินทร์ งานช้างสุรินทร์</itunes:summary>
	<itunes:keywords></itunes:keywords>
	<itunes:category text="Society &amp; Culture" />
	<itunes:author>สุรินทร์108ดอทคอม</itunes:author>
	<itunes:owner>
		<itunes:name>สุรินทร์108ดอทคอม</itunes:name>
		<itunes:email>doktup@gmail.com</itunes:email>
	</itunes:owner>
	<itunes:block>no</itunes:block>
	<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
	<itunes:image href="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/podpress/images/powered_by_podpress_large.jpg" />
		<item>
		<title>งานศิลปินคนดนตรี มหกรรมอินดี้ของคนสุรินทร์</title>
		<link>http://surin108.com/web/blog/2010/09/07/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://surin108.com/web/blog/2010/09/07/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Sep 2010 08:16:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[VDO]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารเมืองสุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาสุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[งานดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทอม]]></category>
		<category><![CDATA[นายศักดิ์ดา สีงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลป์ในสวน]]></category>
		<category><![CDATA[สุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไท]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://surin108.com/web/?p=786</guid>
		<description><![CDATA[ในสถานการณ์ที่บ้านเมืองกำลังร้อนรุ่ม สื่อประโคมแต่ข่าวอาชญากรรมความรุนแรง สภาพสังคมเองก็ปั่นป่วนขัดแย้ง ชีวิตแต่ละวันเร่งรีบแก่งแย่งช่วงชิง คนชั้นล่างปากกัดตีนถีบคนชั้นบนกลัดกลุ้มกับตัวเลขกำไรที่ขึ้นลงไม่หยุดนิ่ง แม้แต่ในจิตใจเองก็คล้ายดั่งถูกเพลิงกำลังเผาไหม้ ในยามนี้ของชีวิต คิดถึงสิ่งใด แน่นอน บางคนอยากฟังคำสอนอยากเปิดบทสวด ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img style="float: left; margin: 5px;" src="http://www.thaingo.org/images4/surin-art3.jpg" alt="" width="230" height="153" />ในสถานการณ์ที่บ้านเมืองกำลังร้อนรุ่ม สื่อประโคมแต่ข่าวอาชญากรรมความรุนแรง สภาพสังคมเองก็ปั่นป่วนขัดแย้ง ชีวิตแต่ละวันเร่งรีบแก่งแย่งช่วงชิง คนชั้นล่างปากกัดตีนถีบคนชั้นบนกลัดกลุ้มกับตัวเลขกำไรที่ขึ้นลงไม่หยุดนิ่ง แม้แต่ในจิตใจเองก็คล้ายดั่งถูกเพลิงกำลังเผาไหม้ ในยามนี้ของชีวิต คิดถึงสิ่งใด แน่นอน บางคนอยากฟังคำสอนอยากเปิดบทสวด อยากสดับดนตรี อยากปล่อยจิตใจให้ลื่นไหลไปกับงานศิลปะ ทั้งหมดนั้นล้วน เป็นประตู หรือสะพาน หรือทางออก หรือ ชุ่มเย็นคล้ายสายน้ำที่คอยลูบชโลมจิตใจและเนื้อในแห่งวิญญาณได้เงียบสงบและเยือกเย็น ไปจนถึงรู้สึกหมดจดสดชื่น เหมือนมีบ้าน มีสถานพักพิง มีร่มไม้ไว้ให้จิตใจผ่อนคลาย เพราะชีวิตทุกคนล้วนเหน็ดเหนื่อย และชีวิตเองมิได้เกิดมาเพื่อเข้าใจเผชิญหน้ากับภาระชีวิตในแง่มุมเดียว ดิ้นรนต่อสู้</p>
<p>&#8220;มหกรรมคอนเสิร์ตศิลปินคนดนตรีสุรินทร์&#8221; คืออีกงานหนึ่งหรืออีกพื้นที่หนึ่งของคนมีหัวใจ รักงานศิลปะ โดยเฉพาะคนคอเดียวกันด้านดนตรีหรือเสียงเพลง มิใช่เรื่องง่ายๆ นักที่จังหวัดเล็กๆ อย่างสุรินทร์จะมีโอกาสได้พบบรรยากาศงานที่ศิลปินพื้นถิ่นจะรวมกลุ่มกันเป็นองค์กรและจัดงานเพื่อบ้านเกิด ซึ่งนอกจากจะสร้างกลุ่มคนขึ้นมาสนใจปัญหาบ้านเมือง สังคมแล้ว ยังนำความสามารถด้านศิลปะแขนงต่างๆ มาสร้างความสุข ความบันเทิงและการเข้าใจสภาพสังคม การเมือง วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมรายรอบตัวเองอีกด้วย โดยเฉพาะการกลับมาเน้นย้ำความเป็นท้องถิ่น สิ่งแวดล้อมและชาติพันธุ์ ใน กลุ่มศิลปินคนดนตรีสุรินทร์</p>
<p>นายศักดิ์ดา สีงาม หรือ &#8220;ไท ศิลารักษ์&#8221; ผู้ประสานงานกลุ่มศิลปินคนดนตรีสุรินทร์ เผยถึงที่มาที่ไปเกี่ยวกับการจัดงานครั้งนี้ว่า</p>
<p>&#8220;เรื่องดนตรีนี่ ส่วนตัวแล้วเป็นความชอบของผม นอกเหนือจากการทำงาน ไปแล้ว ผมชอบเล่น ดนตรี พอมาอยู่สุรินทร์ก็มารู้จักพรรค<img style="float: right; margin: 5px;" src="http://www.thaingo.org/images4/man.sukda.jpg" alt="" />พวกที่เล่นดนตรี ก็เลยรู้จักกันมากขึ้น จนปัจจุบันรู้จักเยอะมาก จากไม่มีใครมีอัลบั้ม จนมาทำอัลบั้มกันหลายคน พอดีมาจับเพลงนอกกระแสด้วย ทำรายการวิทยุด้วย แล้วสนใจเล่นเพลงนอกกระแส จึงได้มาคิดกันว่า เพลงเหล่านี้เป็นเพลงทางเลือก เพลงนอกกระแส ที่ทำให้คนสุรินทร์ได้ฟัง ซึ่งพอมาทำกันหลายคน เริ่มมีผลงานก็เริ่มสนิทชิดเชื้อ แต่พวกเราก็ยังกระจัดกระจาย อยู่ตามที่ต่างๆ นะ แล้วก็แสดงผลงานกันไปทั่ว จึงเริ่มมีความคิดเรื่องทำยังไงให้เรา มีกลุ่ม มีองค์กร ช่วยเหลือกัน ทำเป็นระบบมากขึ้น คนนู้นคนนี้ มีใจอยากทำ แต่ขาดอุปกรณ์ ขาดคนเล่น มาจนถึงได้มาพัฒนาเรื่องแนวคิดความคิด เรื่องดนตรี พัฒนาโลกทัศน์ ให้กว้างๆ ทำให้ศิลปินรุ่นเยาว์ ได้เปิดโลกทัศน์มากขึ้นอีกด้วย</p>
<p>พอมาขับเคลื่อนในนามกลุ่มก็ช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้น มีคนนู้นคนนี้เข้ามา ทำให้ได้มาช่วยกัน อีกอย่างหนึ่งกลุ่มมีบทบาทมากขึ้น พอมาทำในนามกลุ่ม จึงนำมาสู่การรวมตัวจัดงาน อย่างเช่นงานศิลป์ในสวน ก็จัดมา 2 ครั้ง แล้ว ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่เป็นทางการ เป็นแค่กลุ่มหลวมๆ ต่อมาเมื่อ เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก็มาประชุมกำหนดโครงการ ยกเป็นกลุ่มทางการขึ้น ได้พี่ โก๋ย วรมัน เป็นประธานกลุ่ม มีผมเป็นผู้ระสานงานกลุ่ม กรรมการมี 9 คน โดยใช้ชื่อ กลุ่มศิลปินคนดนตรีสุรินทร์ นับจากนี้ไปจึงเป็นทางการมากขึ้น งานแรกที่ดำเนินงานร่วมกันคือร่วมกับเครือข่ายอื่นๆ ด้วยนะ คือ งานศิลป์ในสวน และอีกไม่นาน เรากำลังจะมีงานเป็นของตัวเองจริงๆ งานแรก คือ งาน มหกรรมคอนเสิร์ตศิลปินดนตรีสุรินทร์ โดยปีนี้เรามีประเด็นชูโรงสำหรับนำเสนอสู่สาธารณะ คือ เรื่อง สิ่งแวดล้อมท้องถิ่นและชาติพันธุ์ครับ&#8221; นายศักดิ์ดากล่าวเกริ่น พร้อมทั้งย้ำถึงแนวเรื่องคอนเสิร์ตครั้งนี้ว่า</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.thaingo.org/images4/surin-art1.jpg" alt="" /></p>
<p>&#8220;เรื่องคอนเสิร์ตนี้ในจินตภาพร่วมกัน คือเราพยายามจะทำให้เป็นงานประจำปีของจังหวัดสุรินทร์ เป็นงานประเพณีของกลุ่มศิลปินสุรินทร์ และเราอยากจะทำให้กลายเป็นประเพณีของสังคม รูปแบบเป็นคอนเสิร์ตทั้งคืน ภายในงานมีกิจกรรมชมศิลปะ ฟังดนตรี มีแค้มป์ปิ้ง เราเรียกงานนี้ ว่า &#8220;มหกรรม&#8221; เพราะไม่ได้มีแค่ดนตรี แต่มีศิลปะทุกแขนง มาร่วมแสดงในงานด้วย<br />
เรื่องอื่นๆ นอกกิจกรรมยังไม่มี เราคิดกันแค่ในรอบปีนี้ก่อน เราเอา 2 งานนี้ก่อน แต่ทิศทางในอนาคต ถ้าเรามีเงินเหลือ จากการจัดงาน มีกองทุน เราจะง่ายขึ้นที่จะเดินทางไปช่วยเหลือสังคม ถ้ากองทุนเหลือ ถ้าเงินมากพอก็อาจจะออกไปจัดกิจกรรมนอกพื้นที่ อาจจะร่วมกับองค์กรต่างๆที่ทำงาน เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวของคนทำงานในพื้นที่</p>
<p>อย่างงานคอนเสิร์ตครั้งนี้ ในตอนนี้ บอกได้เลยว่า กลุ่มเราคึกคักมาก เพราะเป็นงานครั้งแรกด้วย อย่างเมื่อวานเพิ่งร่วมประชุมแบ่งงานกัน เรารู้สึกคึกคักกันมาก เพราะตัวเองจะได้มีบทบาท กับทางสังคม เรารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ากับสังคมมากขึ้น อย่างเรื่องการสนับสนุนก็พยายามติดต่อส่วนราชการ องค์กรที่เกี่ยวข้อง และก็พยายามเริ่มเดินทางขอการสนับสนุนจากองค์กรท้องถิ่น ส่วนหนึ่งก็คาดว่าจะมาจากการขายบัตร ขายบู้ทให้แม่ค้า ก็คงคาดรายได้กันประมาณนี้ครับ ความคืบหน้าของงาน ตอนนี้ มีศิลปินท้องถิ่นมาร่วมประมาณ 10 กว่าวง และวงรับเชิญใหญ่ๆ อีก 4 วง อาทิ คาราวาน สีเผือก มาโนช พุฒตาล wild seed เป็นต้น ภายในงาน ก็จะมีเวทีกลาง ที่สลับกันเล่นและเวทีเฉพาะของแต่ละวง ที่วนเล่นกันในงานอีกหลายเวที&#8221; นายศักดิ์ดาอธิบาย และย้ำต่ออีกถึงจุดมุ่งหมายนัยความสำคัญของการนำศิลปะด้านดนตรีมาจัดแสดง</p>
<p><a href="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/09/surin-art21.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-788" title="surin-art2" src="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/09/surin-art21.jpg" alt="" width="450" height="300" /></a></p>
<p>&#8220;ในอีกแง่หนึ่งที่หันมาสนใจเรื่องดนตรี คือผมคิดว่า อย่างน้อยในยามนี้ศิลปะกับบรรยากาศทางสังคมการเมืองกำลังคุกรุ่นขัดแย้งอย่างนี้ ผมคิดว่ามันเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ทำให้คนได้พัก เป็นความบันเทิง ทำให้เกิดสุนทรียะ ทำให้จิตใจสงบ บวกกับความคิดเบื้องต้นคือเมือง สุรินทร์ ไม่เคยมี บรรยากาศชมงานศิลปะกันข้างถนน ที่ทุกคนทุกคนชนชั้นสามารถเข้ามาเสพงานได้ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนเกินไป ผมคิดว่าสังคมมันต้องการพื้นที่ และพื้นที่แบบนี้มันไม่มีในสังคมบ้านเรา นี่เป็นความคิดพื้นฐานที่เราจัดงานมาแต่ต้น ตั้งแต่เรื่องศิลป์ในสวนเลยครับ</p>
<p>สรุปผมคิดแบบนี้ นะ ว่าเราขาดบรรยากาศทางสังคมเกินไป คือไม่ใช่เรืองการเมือง แถมในอีกแง่หนึ่งมันเป็นพื้นที่การเคลื่อนไหว เพราะการทำงานพัฒนา เรามองว่า วิธีการของเรา เรามีวิธีนำเสนอหลายรูปแบบ และเราคิดว่า ศิลปะก็สามารถสื่อสารได้ เรามีเนื้อหาอะไร เราใส่ไปได้ เรื่องงานพัฒนา เรื่องสังคม เราทำให้เกิดการเติมเต็มอีกด้านหนึ่งได้ มันเป็นการเปิดเนื้อหา ที่เราจะนำไปสู่ การนำเสนอประเด็น ใหม่ๆ เพราะตัวศิลปินอาจจะไม่ได้ทำหน้าที่เสนอเนื้อหาโดยตรง แต่พอมารวมตัวกันเป็นกลุ่มมันอาจจะกำหนดเนื้อหาเข้าไปได้ อย่างงานศิลป์ในสวน พอเรามีประเด็นเข้าไปศิลปินก็มีเนื้อหาตามประเด็นนำเสนอ เพียงแต่ตอนนี้งานเพิ่งเริ่ม บรรยากาศเพิ่งได้รับความสนใจ จึงขยับอะไรไปได้ไม่มากนัก ดังนั้น งามหกรรมคอนเสิร์ตศิลปินดนตรีสุรินทร์ คือก้าวแรกที่จะทำให้เรามีพื้นที่เพิ่ม ทำให้สังคมคนสุรินทร์เองเพิ่งได้รับรู้ว่า ชีวิตคนไม่ได้มีแต่เรื่องการเมือง แต่เรามีพื้นที่อื่นๆ มีด้านอื่นๆ ที่งดงามด้วย เบื่อๆ จากบรรยากาศการเมืองในร้านกาแฟ ก็มาที่พื้นนี้ ซึ่งให้ถือว่าเป็นพื้นที่ใหม่ของชีวิตพวกเราคนสุรินทร์เลยครับ&#8221; นายศักดิ์ดา กล่าวสรุป</p>
<blockquote><p>หมายเหตุ : มหกรรมคอนเสิร์ตคนดนตรีสุรินทร์ จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 เดือนพฤศจิกายน 2553 เวลาตั้งแต่ 15.00-06.00 น.ซึ่งภายในงานจะได้พบศิลปินรุ่นใหญ่และศิลปินท้องถิ่นอินดี้สุรินทร์กว่า 16 วง บัตรราคา 100 บาท ตลอดคืน</p>
<p>ที่มา : <a href="http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=1686">http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=1686</a></p></blockquote>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/09/07/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/" target="_blank"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/09/07/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p><p><a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share/Bookmark"/></a> </p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://surin108.com/web/blog/2010/09/07/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมืองช้างป่วยฉี่หนูพุ่งอันดับ 5 ของประเทศชาวนาตายแล้ว 1</title>
		<link>http://surin108.com/web/blog/2010/09/07/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://surin108.com/web/blog/2010/09/07/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Sep 2010 07:42:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารเมืองสุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ระบาด]]></category>
		<category><![CDATA[สุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[แล็บโตสไปโรซีส]]></category>
		<category><![CDATA[โรคฉี่หนู]]></category>
		<category><![CDATA[โรคระบาด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://surin108.com/web/?p=781</guid>
		<description><![CDATA[
สุรินทร์ &#8211; สสจ.เมืองช้าง เผยเกษตรกรเมืองช้าง ตายด้วยโรคฉี่หนูแล้ว 1 คน ระบาดหนักช่วงทำนาพบผู้ป่วย 252 ราย ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/09/573311.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-783" title="57331" src="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/09/573311.jpg" alt="" width="328" height="246" /></a></p>
<p>สุรินทร์ &#8211; สสจ.เมืองช้าง เผยเกษตรกรเมืองช้าง ตายด้วยโรคฉี่หนูแล้ว 1 คน ระบาดหนักช่วงทำนาพบผู้ป่วย 252 ราย สูงเป็นอันดับ 5 ของประเทศ เร่งเตือนเกษตรระวังป้องกันตนเอง</p>
<p>วันนี้ (6 ก.ย.) นพ.สะอาด วีระเจริญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สุรินทร์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การระบาดของโรคฉี่หนู ว่า หลังจากที่เกิดฝนตกชุกในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ส่งผลให้เกษตรกรที่ต้องลงดำนาทำการเกษตร โดยเกษตรกรส่วนใหญ่มักไม่มีการป้องกันตนเอง ส่งผลให้จังหวัดสุรินทร์พบผู้ป่วยโรคเลปโตสไปโรซีส หรือ โรคฉี่หนู แล้วถึง 252 ราย เสียชีวิตแล้ว 1 ราย จำนวนผู้ป่วยสูงเป็นอันดับที่ 5 ของประเทศ</p>
<p>อาชีพที่มีผู้ป่วยสูงสุด คือ เกษตรกร และ อำเภอที่มีอัตราผู้ป่วยสูงสุด คือ อ.บัวเชด รองลงมา เป็น อ.กาบเชิง, จอมพระ, ชุมพลบุรี และ อ. รัตนบุรี ตามลำดับ</p>
<p>เบื้องต้นสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ได้เร่งประชาสัมพันธ์และจัดเจ้า หน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ออกเตือนให้เกษตรกรหลีกเลี่ยงการลงไปแช่น้ำในแหล่งน้ำที่มีโค กระบือ ลงไปกินหรือแช่น้ำและควรสวมรองเท้าบูท ถุงมือ และเสื้อผ้าที่มิดชิด เมื่อต้องลงไปในท้องนาที่เปียกชื้น และควรทำความสะอาดร่างกายทันทีที่กลับจากทุ่งนา</p>
<p>“หากพบมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อที่น่อง ต้นขา หรือสะโพก ซึ่งบางรายอาจพบว่าตาแดง บริเวณตาขาว ท้องเสีย ปวดบั้นเอว และหายใจลำบาก ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อให้แพทย์สามารถทำการวินิจฉัยและให้การรักษาได้อย่างทันท่วงที หากปล่อยไว้ อาการอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้” นพ.สะอาด กล่าว</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/09/07/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88/" target="_blank"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/09/07/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88/" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p><p><a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share/Bookmark"/></a> </p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://surin108.com/web/blog/2010/09/07/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ก่อสร้างศาลหลักเมืองผิดแบบ!ดูไม่เหมาะ ชาวสุรินทร์ออกแถลงการณ์ ประท้วง</title>
		<link>http://surin108.com/web/blog/2010/09/06/%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://surin108.com/web/blog/2010/09/06/%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Sep 2010 14:35:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารเมืองสุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ประท้วง]]></category>
		<category><![CDATA[ประท้วงฃ]]></category>
		<category><![CDATA[ศาลหลักเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่เหมาะสม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://surin108.com/web/?p=776</guid>
		<description><![CDATA[
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต
ข่าวจาก ศูนย์ข่าว surinnews.com
แถลงการณ์
คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “หนทางสู่เมืองน่าอยู่” จังหวัดสุรินทร์  ประกอบด้วย คณาจารย์จากมหาวิทยาลัย นักวิชาการอิสระ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/09/0005839_full.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-777" title="0005839_full" src="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/09/0005839_full.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต<br />
ข่าวจาก ศูนย์ข่าว surinnews.com</p>
<p><strong>แถลงการณ์</strong><br />
คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “หนทางสู่เมืองน่าอยู่” จังหวัดสุรินทร์  ประกอบด้วย คณาจารย์จากมหาวิทยาลัย นักวิชาการอิสระ ภูมิปัญญาท้องถิ่น นักคิด นักเขียน ศิลปินพื้นบ้าน ตลอดจนนักพัฒนาภาครัฐและเอกชน ได้ประสานความร่วมมือกันภายใต้ภารกิจ “ฟื้นเมือง” มุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาที่ไม่ทำลายสมดุลของชีวิตและธรรมชาติ เห็นคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม คงอัตตลักษณ์และรักษาแหล่งพำนักจิตวิญญาณบรรพชน</p>
<p>หลายทศวรรษที่ผ่านมา นับว่าเมืองสุรินทร์เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่น่าเป็นห่วง ทั้งในด้านความเสื่อมโทรมทางกายภาพ คุณภาพชีวิต สังคมและวัฒนธรรม จึงมีความคิดเห็นร่วมกันที่จะแสดงท่าทีและตั้งข้อเรียกร้องในประเด็นต่างๆ ดังนี้เมืองสุรินทร์<br />
<strong>1.ขอคืนพื้นที่ “คุ้มอัยการ”</strong> ซึ่งได้รื้อถอนบ้านพักหลังเก่า และเตรียมปลูกสร้างอาคารขนาดใหญ่ บนพื้นที่คูเมือง-กำแพงเมือง ซึ่งสมควรเป็นสาธารณะสมบัติของคนสุรินทร์และของประเทศชาติ  เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ หรือลานกิจกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ  โดยขอให้ยุติการก่อสร้างทุกอย่าง พร้อมเปิดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างกว้างขวาง<br />
<strong>2.ปรับแก้การก่อสร้างศาลหลักเมืองสุรินทร์ </strong>ซึ่งมีการปั้นรูปเคารพของเทพและพระพรหมตามคติความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์ ปะปนกับพระพุทธรูป <strong>โดยจัดเรียงอย่างไม่เหมาะสม ขอให้ยุติการก่อสร้าง</strong>พร้อมเปิดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วยเช่นกัน<br />
คณะทำงานพร้อมจะเป็นฝ่ายประสานให้เกิดการระดมความคิดและแสวงหาทางออกที่ถูกต้องเหมาะสมและขับเคลื่อนในเชิงสิทธิชุมชนภายใต้รัฐธรรมนูญ   ต่อไป</p>
<p>ประกาศ  ณ วันที่  3 กันยายน 2553<br />
(ลงชื่อ)   คณะทำงานฟื้นเมืองในโครงการสร้างเสริมสุขภาวะจังหวัดสุรินทร์แบบบูรณาการ<br />
นายอิศรา     จรัณยานนท์        อดีตรองอธิบดีกรมสามัญศึกษา     ประธานอาศรมภูมิปัญญาสุรินทร์<br />
ปแฎงมหาบุญเรือง คัชมาย์       ผู้เชี่ยวชาญด้านเขมรศึกษา  มราชภัฎสุรินทร์<br />
นายดำเกิง   โถทอง                  ครูสอนวิชาประวัติศาสตร์  ม.ราชภัฎสุรินทร์<br />
นายเอียด      ดีพูน    ประธานคณะกรรมการบริหารโครงการเสริมสร้างสุภาวะจังหวัดสุรินทร์<br />
นายศิริพงษ์   ไหวดี                 ทนายความ<br />
นายพราวุฒิ  ไวรวัจนกุล          ผู้ประสานงานภารกิจ”ฟื้นเมือง”</p>
<p>ที่มา :  <a href="http://surinnews.com/topic_n.php?id=5839">http://surinnews.com/topic_n.php?id=5839</a></p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/09/06/%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b4/" target="_blank"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/09/06/%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b4/" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p><p><a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share/Bookmark"/></a> </p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://surin108.com/web/blog/2010/09/06/%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระยาสารท</title>
		<link>http://surin108.com/web/blog/2010/09/06/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://surin108.com/web/blog/2010/09/06/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Sep 2010 11:49:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การดำรงชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาสุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[พิธีกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมอิสานใต้]]></category>
		<category><![CDATA[กระยาสารท]]></category>
		<category><![CDATA[ประเพณีแซนโฎนตา]]></category>
		<category><![CDATA[ยาสารท]]></category>
		<category><![CDATA[วันสาท]]></category>
		<category><![CDATA[แซนโดนตา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://surin108.com/web/?p=772</guid>
		<description><![CDATA[




กระยาสารท  เป็นขนมที่เกิดจากภูมิปัญญาเกษตรกรโดยแท้ ในอดีตสมัยรุ่นปู่ย่า ตายาย  เมื่อถึงเทศกาลสารทไทย จะมีการกวนกระยาสารทแข่งกันเป็นที่สนุกสนาน..








และตามธรรมเนียมแล้วคนรุ่นเก่าจะนิยมนำกระยาสารท  ซึ่งถือว่าเป็นขนมชั้นดีไปมอบให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ที่นับถืออีกด้วย ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: small;"><a href="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/09/1302_krayasad.gif"><img class="aligncenter size-full wp-image-773" title="1302_krayasad" src="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/09/1302_krayasad.gif" alt="" width="279" height="203" /></a></span></p>
<table style="width: 100%;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td>
<div><span style="font-size: small;">กระยาสารท  เป็นขนมที่เกิดจากภูมิปัญญาเกษตรกรโดยแท้ ในอดีตสมัยรุ่นปู่ย่า ตายาย  เมื่อถึงเทศกาลสารทไทย จะมีการกวนกระยาสารทแข่งกันเป็นที่สนุกสนาน..<br />
</span></div>
</td>
<td rowspan="3" width="11"><span style="font-size: small;"><br />
</span></td>
</tr>
<tr>
<td>
<div>
<p><span style="font-size: small;">และตามธรรมเนียมแล้วคนรุ่นเก่าจะนิยมนำกระยาสารท  ซึ่งถือว่าเป็นขนมชั้นดีไปมอบให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ที่นับถืออีกด้วย  และถ้าจะกินกระยาสารทให้ครบเครื่องจริง ๆ  จะต้องมีมะพร้าวขูดโรยบนกระยาสารทแล้วกินคู่กับกล้วยไข่</span></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong>เครื่องปรุง</strong></span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: small;">ถั่วลิสง 28 กิโลกรัม </span></li>
<li><span style="font-size: small;">งาขาว 16 กิโลกรัม </span></li>
<li><span style="font-size: small;">ข้าวเม่า 12 กิโลกรัม </span></li>
<li><span style="font-size: small;">ข้าวตอก 1.6 กิโลกรัม </span></li>
<li><span style="font-size: small;">น้ำตาลปี๊บ 28 กิโลกรัม </span></li>
<li><span style="font-size: small;">แบะแซ 8 กิโลกรัม </span></li>
<li><span style="font-size: small;">มะพร้าว 24 ลูก วิธีทำ </span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: small;"><strong>วิธีทำ</strong></span></p>
<p><span style="font-size: small;">1. ให้นำถั่วลิสง , งา , ข้าวเม่า มาคัดเมล็ด เอาเมล็ดที่เสีย ๆ ออกไป จากนั้นนำมาคั่ว ส่</span></p>
<p><span style="font-size: small;">2. ส่วนข้าวตอกจะซื้อแบบที่คั่วมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อคั่วทุกอย่างแล้วให้นำมาผสมรวมกันแล้วใส่ภาชนะปิดฝาไว้ก่อน</span></p>
<p><span style="font-size: small;">3. เอามะพร้าวมาขูดคั้นเอาน้ำกะทิ จากนั้นตั้งไฟเคี่ยวกับน้ำตาลปี๊บ  จนกะทิลดลงเหลือครึ่งกระทะ ใส่ แบะแซ ลงไปเคี่ยวจนเหนียวตามความพอใจ  ว่าต้องการแข็งหรือนิ่ม ถ้าต้องการแข็งไห้เคี่ยวนานขึ้น  แต่ระวังอย่าเคี่ยวนานจนเกินไป เพราะเวลานำไปผสมกับส่วนอื่น ๆ  จะร่วนไม่จับตัวกัน หลังจากเคี่ยวจนได้ที่แล้วให้นำลงจากเตาไฟ</span></p>
<p><span style="font-size: small;">4.  นำส่วนผสมที่คั่วเตรียมไว้ในขั้นตอนแรกมาเทลงในกระทะน้ำกะทิที่เคียวเสร็จ แล้วคนคลุกเคล้ากันให้ทั่ว ตักใส่ถาดสี่เหลี่ยม เกลี่ยหน้าให้เรียบ  แล้วทิ้งไว้พออุ่น จึงตัดเป็นแผ่น ๆ บรรจุใส่ถุง  หรือภาชนะที่เตรียมไว้สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 เดือน  โดยไม่ต้องเข้าตู้เย็น แต่ถ้าเก็บในตู้เย็นจะเก็บได้นานถึง 6 เดือน</span></p>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-size: small;"></span></p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/09/06/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97/" target="_blank"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/09/06/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97/" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p><p><a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share/Bookmark"/></a> </p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://surin108.com/web/blog/2010/09/06/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แซนโดนตา-โฏนตา</title>
		<link>http://surin108.com/web/blog/2010/09/06/%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8f%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://surin108.com/web/blog/2010/09/06/%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8f%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Sep 2010 07:40:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวต้ม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวต้มมัด]]></category>
		<category><![CDATA[สาทเขรม]]></category>
		<category><![CDATA[สาทเดือนสิบ]]></category>
		<category><![CDATA[เบญ]]></category>
		<category><![CDATA[เบญทม]]></category>
		<category><![CDATA[แคเบญ]]></category>
		<category><![CDATA[แคเบน]]></category>
		<category><![CDATA[แซนโฎนตา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://surin108.com/web/?p=766</guid>
		<description><![CDATA[



พิธีแซนโฏนตา แซนโดนตา สาทเขรม สาทเดือนสิบ 
 




ประเพณีแซนโฎนตา 
 

ใน สังคมยุค “โลกาภิวัตน์” ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table style="width: 100%;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td style="text-align: left;">
<h1><span style="font-size: small;">พิธีแซนโฏนตา แซนโดนตา สาทเขรม สาทเดือนสิบ </span></h1>
<h1><span style="font-size: small;"> </span></h1>
<p><span style="font-size: small;"><br />
</span><span style="font-size: small;"><br />
<a href="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/09/y1pEo6yz_Gzpkv3MuHr1cqDePias2_kOP57eghkyoBPOkEJQbdLP2KxWCjZmTFtrsp2YlEPvAYLDO4.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-769" title="y1pEo6yz_Gzpkv3MuHr1cqDePias2_kOP57eghkyoBPOkEJQbdLP2KxWCjZmTFtrsp2YlEPvAYLDO4" src="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/09/y1pEo6yz_Gzpkv3MuHr1cqDePias2_kOP57eghkyoBPOkEJQbdLP2KxWCjZmTFtrsp2YlEPvAYLDO4.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p></span></p>
<h2><span style="font-size: small;">ประเพณีแซนโฎนตา </span></h2>
<h2><span style="font-size: small;"> </span></h2>
<p><span style="font-size: small;"><br />
ใน สังคมยุค “โลกาภิวัตน์” ที่กระแสของ “วัฒนธรรมชุมชน” กำลังอ่อนแอ  เพราะกระแสของวัฒนธรรมจากภายนอกเข้ามาเบียดพื้นที่ ศิลปวัฒนธรรม  และประเพณีของท้องถิ่น จึงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะเหนี่ยวรั้งเอาความดีงาม  ความเอื้ออาทร ความผูกพัน และความกตัญญูรู้คุณ รวมไปถึงงานบุญ งานประเพณี  กลับคืนสู่สังคมชนบท ที่กำลังแปรเปลี่ยนไปอย่างน่าเป็นห่วง</p>
<p>จาก สังคมที่เคยมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ทั้งด้วยพิธีกรรม ความเชื่อ ความศรัทธา  ความเอื้ออาทร ความสมัครสมานสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ ความกตัญญูรู้คุณ  และศิลปวัฒนธรรมประเพณีที่มีมานานสืบทอดกันมานับพันปี  ขณะนี้สังคมในชนบทโดยเฉพาะในภาคอีสาน  กำลังเป็นสังคมที่มีแต่สิ่งแปลกใหม่คลาคล่ำไปด้วยชาวต่างชาติ ต่างภาษา  อารยธรรมสมัยใหม่ การประกวดประชัน การแข่งขันชิงดีชิงเด่น  เห็นคนมีเงินเป็นเทวดา ผู้หญิงไท(อีสาน)  รุ่นใหม่ก็ใฝ่ฝันที่จะมีสามีชาวต่างชาติ เป็นของตัวเอง มีลูกพันธุ์ผสม  มีรสนิยมที่เลิศหรู แต่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ประเภท น้ำไม่ตัก ผักไม่ปลูก  ลูกไม่เลี้ยง สำเนียงภาษาแปลกใหม่ ไม่เหลือรากเหง้าเผ่าพันธุ์  และไม่มีความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์ของตัวเอง หลงเหลืออยู่เลย</p>
<p>ในขณะ ที่กระแสของวัฒนธรรมชุมชนเริ่มบางเบารอวันที่จะลบเลือนดูเหมือนว่าผู้คน กลุ่มเล็กๆ ในอีกมุมหนึ่งของสังคม ก็กำลังใขว่คว้า  และโหยหามรดกอันล้ำค่าที่เคยมีมาตั้งแต่อดีตเฉกเช่น ประเพณีของท้องถิ่น  ซึ่งในที่นี่จะเรียกรวมๆ ว่า“วัฒนธรรมชุมชน”ยกตัวอย่างประเพณีที่ดีงาม เช่น  ประเพณีแซนโฎนตา</p>
<p>ประเพณีแซนโฎนตา เป็นประเพณีหนึ่งที่มีความสำคัญ  และปฏิบัติสืบทอดติดต่อกันมายาว นาน นับเป็นพันๆ ปีของชาวเขมร  ที่แสดงออกถึงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ สะท้อนให้เห็นความรัก ความผูกพัน  ความกตัญญูรู้คุณ ของสมาชิกในครอบครัว เครือญาติ และชุมชน  โดยจะประกอบพิธีกรรมตรงกับวันแรม ๑๔ ค่ำเดือน ๑๐ ของทุกปี  ซึ่งเมื่อถึงวันนั้นลูกหลาน ญาติพี่น้องที่ไปประกอบอาชีพ  หรือตั้งถิ่นฐานอยู่ที่อื่น ไม่ว่าจะใกล้ หรือไกล  จะต้องเดินทางกลับมารวมญาติ เพื่อทำพิธีแซนโฎนตา เป็นประจำทุก</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">นิยามศัพท์เฉพาะ</span></strong></p>
<p><span style="text-decoration: underline;">แซน </span>หมายถึง การเซ่น การเซ่นไหว้ การบวงสรวง</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">โฎนตา</span> หมายถึง การทำบุญให้ปู่ย่า ตายาย หรือ บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว</p>
<p>ประ เพณีแซนโฎนตา จึงหมายถึง ประเพณีการเซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษ  ที่นับได้ว่าเป็นประเพณีสำคัญที่คนไทยเชื้อสายเขมร  มีการสืบทอดกันมาเป็นระยะเวลานานตั้งแต่ครั้งอดีตกาลจวบจนปัจจุบัน</p>
<p><img src="http://byfiles.storage.live.com/y1pEo6yz_Gzpks__8WqzGDdAROmx1Z6YgltktsKZc2BHMx2sLzTz66PkYJjFybzFDOjUkRcgWCse5w" alt="" width="400" height="300" /><br />
</span></p>
<h2><span style="font-size: small;">ประวัติความเป็นมาของประเพณีแซนโฎนตา</span><span style="font-size: small;"> </span></h2>
<h2><span style="font-size: small;"> </span></h2>
<p><span style="font-size: small;"><br />
มี ตำนานกล่าวถึงเรื่องราวความเป็นมาของประเพณีแซนโฎนตา ว่า  ในอดีตกาลมีนครแห่งหนึ่ง หนึ่งชื่อ “นครกาสี” มีกษัตริย์พระนามว่า “ชัยเสน”  พระมเหสีมีพระนามว่า “สิริมา”  พระโพธิสัตว์ได้บังเกิดในพระครรภ์ของพระนางนามว่า “ปุสสะ”  และต่อมาได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ (เป็นพระพุทธเจ้า ๑ ใน ๒๘ พระองค์)  แต่พระเจ้าชัยเสนเกิดความเห็นแก่ตัวไม่ยอมให้ใครคนอื่นร่วมอุปัฏฐากพระ พุทธเจ้า</p>
<p>ต่อมามีพระราชโอรส ๓ พระองค์ ซึ่งเป็นพี่น้องต่างมารดากัน  ได้คิดอุบายเพื่อจะได้อุปัฏฐากพระพุทธเจ้า และพระภิกษุสงฆ์บ้าง  เข้าไปกราบบังคมทูลขอ แต่ในที่สุดพระเจ้าชัยเสนก็อนุญาตให้ได้เพียงแค่ ๓  เดือน ขณะจำพรรษา หลังจากนั้นพระราชโอรส ๓  พระองค์ก็ส่งจดหมายไปถึงนายอำมาตย์ว่าจะอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าใน ๓  เดือนนี้ให้อำมาตย์จัดแจงทุกอย่างด้วย</p>
<p>ฝ่ายพระราชโอรสทั้งสามและผู้ ร่วมทำบุญ ๑,๐๐๐ คน พร้อมด้วยฝ่ายอำมาตย์ และชาวบ้านอีกประมาณ ๑๑,๐๐๐ คน  ได้พากันอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าและภิกษุสงฆ์ โดยความเลื่อมใสศรัทธา  แต่ต่อมาในบรรดาชาวบ้านที่มาร่วมทำบุญบางส่วน  ก็แอบกินเครื่องไทยธรรมของทำบุญ  และได้เกิดความขัดแย้งกันทะเลาะกันทำลายข้าวของเผาโรงครัว  ฝ่ายพระราชโอรสทั้ง ๓ เมื่ออุปัฏฐากพระพุทธเจ้าครบ ๓  เดือนแล้วก็ได้พาพระพุทธเจ้า และภิกษุสงฆ์กลับพระวิหาร</p>
<p>เมื่อพระ พุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว พระราชบุตรทั้งสาม อำมาตย์ ชาวบ้านในหมู่บ้าน  และผู้ร่วมงานกุศลทั้งหมดเมื่อถึงแก่กรรมแล้ว ก็ไปเกิดในสวรรค์ตามลำดับ  ส่วนพวกชาวบ้านที่แอบกินเครื่องไทยธรรมของทำบุญ  แล้วทะเลาะกันทำลายข้าวของเผาโรงครัวก็พากันไปเกิดในนรก</p>
<p>เวลาผ่านไป พระราชโอรสพร้อมทั้งบริวาร ๑,๐๐๐ คนจุติจากสวรรค์  ได้มาเกิดในสกุลพราหมณ์ในกรุงราชคฤห์ ต่างพากันออกบวชเป็นฤาษี และได้เป็น  ชฏิล ๓ พี่น้อง ตั้งสำนักอยู่คยาสีสะประเทศ  นายอำมาตย์ในหมู่บ้านได้มาเกิดเป็น พระเจ้าพิมพิสาร</p>
<p>เมื่อพระ พุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในโลกแล้ว ผ่านไป ๗ สัปดาห์  ก็ได้เสด็จมายังกรุงพาราณสี ทรงโปรดพระปัญจวัคคีย์ โปรดชฏิล ๓  พี่น้องพร้อมทั้งบริวาร ๑,๐๐๐ คน แล้ว  จึงเสด็จไปยังกรุงราชคฤห์เพื่อโปรดพระเจ้าพิมพิสารจนได้บรรลุธรรมขั้นพระ โสดาบัน</p>
<p>พระเจ้าพิมพิสารทรงนิมนต์พระพุทธเจ้า  พร้อมทั้งภิกษุสงฆ์เพื่อรับภัตตาหารในวันรุ่งขึ้น รุ่งเช้า  พระพุทธเจ้าจึงเสด็จไปรับมหาทานในพระราชนิเวศน์ ส่วนพวกเปรต  ญาติของพระเจ้าพิมพิสาร ก็ได้รอรับถวายทานแล้ว  ก็ทรงดำริว่าจักหาสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้าว่าจะทรงประทับที่ไหน  จึงทำให้ทรงลืมอุทิศส่วนบุญไปให้พวกเปรตญาติเสียสนิท พวกเปรตญาติที่รออยู่  เมื่อไม่ได้รับผลบุญจึงเสียใจในคืนนั้นจึงได้พากันร้องโหยหวนน่าสะพึงกลัว อย่างยิ่ง ในที่ใกล้พระราชนิเวศน์ที่บรรทม พระเจ้าพิมพิสารก็ทรงตกพระทัย  พอรุ่งเช้าจึงทรงเสด็จไปเฝ้าพระพุทธเจ้า  แล้วกราบทูลเรื่องเสียงนั้นให้ทรงทราบ พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า  เสียงร้องนั้นมิได้เป็นนิมิตรร้ายแต่ประการใด  แต่เป็นเสียงเปรตญาติของพระองค์มารอส่วนบุญที่เมื่อวันก่อนพระองค์ถวายทาน แล้วมิได้อุทิศแก่พวกเขา พวกเขาจึงพากันผิดหวังและมาส่งเสียงร้องดังกล่าว  และได้รับคำแนะนำให้กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้พวกเขา</p>
<p>วันต่อมาพระเจ้า พิมพิสาร จึงได้นิมนต์พระพุทธเจ้า พร้อมภิกษุสงฆ์ไปเสวยภัตตาหารในพระราชวัง  แล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแก่พวกเปรตเหล่านั้น  ตกดึกคืนนั้นพวกเปรตมาปรากฏโฉมอีก  แต่คราวนี้หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสขอบคุณที่แบ่งส่วนบุญให้แล้วก็อันตรธานหาย วับไป</p>
<p>ชาวเขมรได้รับอิทธิพลจากศาสนาและวัฒนธรรมจากอินเดีย  ได้เห็นถึงหนทางที่จะอุทิศส่วนกุศลให้ถึงแก่ผีตา ยาย หรือ ผีบรรพบุรุษ  จากตำนานของพระเจ้าพิมพิสาร เป็นจุดเริ่มต้นของพิธีแซนโฎนตา</p>
<p>ชาว เขมร มีความเชื่อว่าเมื่อถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ประตูยมโลกจะเปิด  ผีในยมโลกจะเดินทางมาเยี่ยมญาติได้ ชาวเขมรจึงมีการจัดทำอาหาร ขนม ข้าวต้ม  ในตอนเย็นของวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๐ และพอรุ่งเช้า วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน  ๑๐ ก็จะก็จะนำอาหาร ขนม ข้าวต้ม ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลที่วัด เป็นวัน  “เบ็นตูจ” โดยเชื่อว่าผีจะออกมาจากยมโลกได้ ๑๕ วัน  หลังจากนั้นต้องกลับไปรับกรรมในยมโลกตามเดิม จากวันเบ็นตูจ นับไปอีก ๑๕ วัน  (นับจากวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๐ ) จะตรงกับวันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๐  ของทุกปี คือวัน “เบ็นทม” ซึ่งเป็นวันที่ประกอบพิธีแซนโฎนตา</p>
<p>สาเหตุ ที่ต้องเตรียมตัวทำบุญตั้งแต่วันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๐ เพราะผีตายาย หรือ  ผีบรรพบุรุษ ถูกปล่อยมาวันนั้น และเดินทางมาไกลเกิดความเหน็ดเหนื่อย  หิวกระหาย  เมื่อมาถึงก็จะอยู่ที่วัดรอคอยว่าญาติหรือลูกหลานจะมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ หรือไม่ เมื่อถึงรุ่งเช้าวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐  ญาติหรือลูกหลานก็จะไปทำบุญที่วัด ตอนนี้เองถ้าญาติ หรือลูกหลานมาก็จะดีใจ  และได้รับผลบุญจากที่ได้มีการทำบุญอุทิศให้ ก็จะอวยพรให้ญาติ  หรือลูกหลานมีความสุขความเจริญ ประกอบอาชีพประสบผลสำเร็จมีเงินมีทองใช้  แต่ถ้าไม่เห็นก็จะโกรธ และสาปแช่งญาติหรือลูกหลานไม่ให้มีความสุขความเจริญ</p>
<p>จุด ประสงค์ของประเพณี แซนโฎนตา  นอกจากจะเป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผีบรรพบุรุษแล้ว  ยังเป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ การสร้างปฏิสัมพันธ์  ความรักความอบอุ่นของสมาชิกในครอบครัวเครือญาติ  ตลอดถึงการสร้างความสามัคคีของคนในชุมชน<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: small;"><img src="http://byfiles.storage.live.com/y1pEo6yz_GzpksqoC18PhLVU_l_kE3iwz8db6Byt12th0K6xpk8V6P0zuzz3_TR_QW7H0vS4i_zuyM" alt="" width="180" height="240" /><img src="http://byfiles.storage.live.com/y1pEo6yz_GzpktZcvwz9ZrdywATzolB5OyqpGlFpbgmQndj-NUSHhswn8JEXj7qoZV435iLdFDlgLA" alt="" width="180" height="240" /><br />
</span></p>
<h2><span style="font-size: small;"><span style="text-decoration: underline;">ขั้นตอนการประกอบพิธีกรรมแซนโฎนตา</span></span></h2>
<h2><span style="font-size: small;"> </span></h2>
<p><span style="font-size: small;"><br />
ขั้นตอนการประกอบพิธีกรรมแซนโฎนตา มีดังนี้</p>
<p>๑. การเตรียมอุปกรณ์เครื่องเซ่นไหว้ ในพิธีแซนโฎนตาประกอบด้วย อาหารคาว – หวาน ผลไม้ เครื่องดื่ม  และอุปกรณ์ดังต่อไปนี้</p>
<p>๑.๑  อาหารคาว ได้แก่ ปลานึ่ง ปลาย่าง หมูย่าง ไก่ย่าง แกงวุ้นเส้น แกงกล้วย  ต้มยำไก่ ลาบหมู ไก่นึ่ง ซึ่งต้องเป็นไก่ทั้งตัวเอาเครื่องในออก</p>
<p>๑.๒ อาหารหวาน ได้แก่ ข้าวต้มมัดใบมะพร้าว ขนมเทียน ขนมนางเล็ด ขนมโชค(ขนมดอกบัว) ขนมโกรด ข้าวกระยาสารท</p>
<p>๑.๓ ผลไม้ ได้แก่ มะพร้าวอ่อน กล้วย ส้ม ละมุด พุทรา องุ่น เป็นต้น</p>
<p>๑.๔ เครื่องดื่ม ได้แก่ น้ำเปล่า เหล้าขาว น้ำอัดลม เหล้าสีต่างๆ เป็นต้น</p>
<p>๑.๕  ของใช้ต่างๆ ได้แก่ เสื่อหวาย ที่นอนแบบพับ หมอน ผ้าขาว ผ้าไหม ผ้าโสร่ง  อาภรณ์ต่าง ๆ พาน ธูป เทียน กรวย ๕ ช่อ ที่ทำจากใบตองสดม้วนเป็นกรวย  แล้วสอดด้วย ธูป และใบกรูยกะนำ ความหมายของการจัดกรวย ๕ ช่อ คือ ขันธ์ ๕  หมายถึง รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ</p>
<p>ในการเตรียมอุปกรณ์เครื่อง เซ่นนั้น คนในครอบครัว และญาติ ๆ ก็จะมาช่วยกันประกอบอาหาร คาว – หวาน  วัตถุดิบบางส่วนซื้อมาจากตลาด บางส่วนได้มาจากภายในหมู่ซึ่งญาติ ๆ  นำมาช่วยกัน</p>
<p>เมื่อเตรียม อาหารคาว-หวาน ผลไม้ และเครื่องเซ่นต่างๆ  พร้อมแล้ว การจัดสถานที่ประกอบพิธีกรรมแซนโฎนตา จะปูด้วยเสื่อหวาย  วางที่นอนแบบพับ พร้อมหมอน ปูทับด้วยผ้าขาว นำผ้าไหม ผ้าโสร่ง  หรืออาภรณ์อื่น ๆ วางไว้บนหมอน อาหาร เครื่องเซ่นต่างๆ  จะวางไว้บนผ้าขาวหากไม่หมด สามารถวางรายรอบได้</p>
<p>๒.  ก่อนที่จะทำพิธีกรรมแซนโฎนตาที่บ้าน  ชาวบ้านจะนำเครื่องเซ่นไหว้ซึ่งแบ่งไว้ต่างหากจากที่เซ่นที่บ้านไปเซ่นไหว้ ศาลปู่ตาประจำหมู่บ้าน ซึ่งทุกบ้านที่จะประกอบพิธีกรรมใดก็ตาม  จะต้องไปเซ่นไหว้ศาลปู่ตาก่อนเสมอ เป็นการบอกกล่าวให้ศาลปู่ตาได้รับรู้  ตามความเชื่อที่สืบทอดต่อ ๆ กันมานานแล้ว</p>
<p>๓.  การเซ่นไหว้ศาลพระภูมิประจำบ้าน  เมื่อเสร็จจากเซ่นไหว้ศาลปู่ตาประจำหมู่บ้านแล้ว จะนำเครื่องเซ่นไหว้  ซึ่งแบ่งไว้ต่างหากจากที่เซ่นที่บ้าน เซ่นไหว้ศาลพระภูมิประจำบ้าน  เพื่อบอกกล่าวและเป็นการเปิดทางให้ผีบรรพบุรุษสามารถเข้ามาในบ้านได้</p>
<p>๔.  การประกอบพิธีกรรมแซนโฎนตาที่บ้าน แสดงออกถึงการนับถือผียายตา คือ  เทศกาลเดือน ๑๐ ในวันแรม ๑๔ ค่ำ มีการเซ่นผียายตาที่เรียกแซนโฎนตา คำว่า  แซน หมายถึง เซ่น โฎน หมายถึง ยายตา</p>
<p>ความเชื่อในพิธีกรรมแซนโฎนตา</p>
<p>เมื่อ ชาวบ้านทำการเซ่นไหว้ศาลพระภูมิประจำบ้านเสร็จแล้ว ก็จะเรียกญาติ ๆ  มารวมกันที่บ้านของพ่อแม่ หรือ ปู่ย่า ตายาย  (ญาติระดับอาวุโสสูงสุดของครอบครัว) ซึ่งได้เตรียมสถานที่เซ่นไหว้ไว้แล้ว  ถ้าครอบครัวใดที่พ่อแม่ได้เสียชีวิตไปแล้วก็จะไปรวมกันที่บ้านของญาติอาวุโส ก่อน หลังจากนั้นจึงเชิญญาติอาวุโสไปที่บ้านของตน  เพื่อให้ญาติอาวุโสเป็นผู้นำในการประกอบพิธี</p>
<p>การนำกรวย 5 ช่อ  วางบนพาน พร้อมเงินเหรียญ 1 บาท 5 บาท 10 บาท  หรือเงินจำนวนหนึ่งใส่ลงไปบนพาน  ซึ่งเชื่อว่าเป็นเงินค่าเดินทางให้แก่ผีบรรพบุรุษ  เมื่อเสร็จพิธีเงินที่วางไว้จะเป็นเงินมงคล  หรือเงินที่ผีบรรพบุรุษอวยพรกลับให้มีความเจริญรุ่งเรืองร่ำรวยมีเงินมีทอง</p>
<p>เมื่อ คนในครอบครัว ญาติพี่น้อง มาพร้อมกันแล้ว ในขั้นตอนนี้  กรณีที่เชิญญาติหรือผู้อาวุโสมาเป็นผู้นำในพิธีเจ้าของบ้านก็จะมีการยก พานกรวย(แสดงการเคารพ)ให้แก่ผู้อาวุโส ดังภาพประกอบที่ 12  หลังจากนั้นผู้อาวุโสจึงนำทำพิธีโดยการยกพานกรวย พร้อมญาติ ๆ  และเจ้าของบ้าน จะยกเครื่องดื่ม น้ำเปล่า น้ำหวาน น้ำอัดลม เหล้า เบียร์  ต่าง ๆ ขึ้น</p>
<p>หลังจากนั้นผู้อาวุโสกรวดน้ำลงพื้นดิน(ต้องถึงดินจริงๆ)  เพื่อบอกพระแม่ธรณีให้ได้รับรู้และเป็นการสื่อสารถึงผีบรรพบุรุษ  เพราะเชื่อว่าการกรวดน้ำที่ใสบริสุทธิ์ลงพื้นดิน  จะสามารถสื่อสารไปถึงผีบรรพบุรุษได้</p>
<p>ผู้อาวุโสกรวดน้ำลงพื้นดิน เสร็จแล้วจะเป็นการจุดธูปจุดเทียนปักที่ของเซ่นต่าง ๆ  จากนั้นผู้อาวุโสกล่าวเป็นภาษาเขมรดังนี้  (สำเนียง สมานพร้อม, 2549 ,  สัมภาษณ์)</p>
<p>&#8220;โมเวย แมเอาว์ ยายตา ดอลแค ดอลงัยโฎนตาเฮย  มาแคเมียนมะนอง แดลบานลวงลับโตวเฮย ออยบานโมโฮบโมประสาตองเอ๊าะเรือลคะเนีย  โกนเจาบานรีบตะตูลตุเฮย เมียนนมเนจเจยอันซอมซ็อบยาง  เบอโกนเจามันรีบมันตะตูลเฮย แมเอาว์ยายตาเกอะมือมุมือเมือดกี  โกนเจารีบตะตูลตุเฮย เกาะโมโฮบโมประสากรุบ ๆ คะเนีย อันเจินโมตองเอาะเด้อ&#8221;</p>
<p>(คำ แปล) &#8220;มาเน้อ พ่อแม่ ยายตา ถึงวันโฎนตาแล้ว ปีหนึ่งมีครั้งเดียว  ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ก็ให้ได้มารับประทานกันทุกท่าน  ลูกหลานได้ตระเตรียมต้อนรับไว้แล้ว มีขนมเนย กล้วย ข้าวต้ม ทุกอย่าง  จะได้ไม่ต้องยืนมองดูคนอื่นเขากินอาหาร ลูกหลานเตรียมไว้ต้อนรับแล้ว  มารับประทานทุก ๆ ท่าน อัญเชิญมาทั้งหมด</p>
<p>พร้อมนี้คนในบ้านหรือญาติ อาวุโสลำดับต่อมาก็นำเครื่องดื่มต่าง ๆ รินลงแก้ว  หรือภาชนะอื่นรองรับเครื่องดื่ม(ทำเหมือนการกรวดน้ำ) เป็นครั้งที่หนึ่ง  เหมือนดังว่าผีบรรพบุรุษกำลังรับประทานอาหารเครื่องเซ่นอยู่ สักพักประมาณ 5  – 10 นาที ก็จะรินเครื่องดื่มอีกเป็นครั้งที่ 2  เหมือนดังว่าผีบรรพบุรุษทานอาหารฝืดคอต้องดื่มน้ำดื่มเหล้า  ในระหว่างนี้ผู้ร่วมพิธีก็จะกล่าวเป็นภาษาเขมรดังนี้</p>
<p>.&#8221;แมเอาว์  ยายตาเวย นมเนจเจยอันซอมกะเมียน เบียร์กะเมียน สรากะเมียน โมโฮบเรือลคะเนีย  โฮบเฮยกอเพอะตืก เพอะสรา แดลโกนเจาบานรีบตะตูลเฮยนีเกอะ  ออยโกนเจาบานรัวซีเมียนเกิด โกนเจานารับเรียชการเกอะออยมันเกิดเจ้าเนีย  บานตำแนงกะปั๊วบานเกิดทีปึง คันแมเอาว์ตอโตวมุ  โกนเจานากำปูงรีนเกอะออยสอบบานที่หนึง&#8221;</p>
<p>(คำแปล) พ่อแม่ ยายตาเอ้ย อาหารขนมข้าวต้มก็มี เบียร์ก็มี เหล้าก็มี มารับประทานทุกท่าน รับประทาน<br />
แล้วอาหารฝืดคอก็ดื่มน้ำ ดื่มเหล้า สิ่งที่ลูกหลานได้ตระเตรียมมานี้ก็ขอให้ลูกหลานทำมาหากินเจริญรุ่งเรือง<br />
ลูกหลานคนไหนรับราชการก็ขอให้มีตำแหน่งใหญ่โต ได้ตำแหน่งสูงขึ้นไปข้างหน้า เป็นที่พึงของพ่อแม่ต่อไป<br />
ลูกหลานคนไหนกำลังเรียนอยู่ก็ขอให้สอบได้ที่ 1 (เป็นการยกตัวอย่าง ไม่จำกัดว่าต้องกล่าวเช่นนี้ทั้งหมด)</p>
<p>ซึ่ง ในการรินเครื่องดื่มครั้งที่ 2 นี้คำกล่าวส่วนใหญ่เป็นคำขอพรจากลูกหลาน  และในระหว่างนี้ลูกหลานก็จะพูดคุยกันถึงเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ  ของคนในครอบครัว เหมือนดังว่าเป็นการบ่นถึงความทุกข์ของลูกหลาน<br />
หรือการ บอกถึงความสำเร็จความเจริญก้าวหน้าของลูกหลาน เพื่อให้บรรพบุรุษได้รับรู้  และช่วยเหลือหรือชื่นชมยินดีต่อไป สักพักประมาณ 5 – 10 นาที  จะเป็นการรินน้ำเป็นครั้งที่ 3 เป็นการรินเพื่อให้ผีบรรพบุรุษได้ดื่ม  เมื่อรับประทานอาหาร เครื่องเซ่นเสร็จแล้ว และเป็นการล้างมือ  และจะมีการกล่าวเป็นภาษาเขมรดังนี้ ( อ่ำ เอ็นดู, 2549, สัมภาษณ์)</p>
<p>&#8220;แม เอาว์ ยายตา เกอะบานโฮบบานประสาจะแอดเฮย บานเพอะตืก บานเลียงใดเลียงจืง  ออยปวรโกนเจากะมัยยากกะมัยกรอ ออยรัวซีเมียนเกิด โกนเจาเกอะออยคารถคารา  เมียนสังป๊วด เมียนโสร่ง บานโตวเวือดโตววา<br />
โตวเสราะโตวแสร&#8221;</p>
<p>(คำแปล) &#8220;พ่อแม่ ตายาย ก็ได้รับประทานอิ่มแล้ว ได้ดื่มน้ำ  ได้ล้างมือล้างเท้าแล้ว  ก็อวยพรให้ลูกหลานอย่าได้ยากจนขอให้ทำมาหากินประกอบอาชีพเจริญรุ่งเรือง  แล้วลูกหลานก็มีค่ารถฝากไป มีผ้าถุง มีโสร่ง เพื่อให้ พ่อแม่ ตายาย  ได้ใส่ไปวัดไปวา ใส่กลับบ้านกลับช่อง&#8221;  โดยเชื่อว่าผีบรรพบุรุษล่วงลับไปนานแล้วเสื้อผ้าอาภรณ์ต่าง ๆ ก็เก่าแล้ว  จึงได้จัดหาให้ใหม่  เพื่อจะได้ใส่ไปรับบุญกุศลที่ลูกหลานได้ไปทำบุญในรุ่งเช้าของวันแรม 15  ค่ำเดือน 10 ที่วัดในหมู่บ้าน</p>
<p>หลังจากที่รินน้ำเป็นครั้งที่ 3 แล้ว  ผู้อาวุโสจะแบ่งอาหารเครื่องเซ่น อย่างละเล็กอย่างละน้อยใส่ห่อใบตอง  พร้อมกรวย 5 ช่อและเงินเหรียญต่าง ๆ จำนวนหนึ่ง  โปรยไปที่พื้นเหมือนการโปรยทาน  เพื่อให้ผีที่ไม่มีญาติที่คอยอยู่นอกบ้านได้รับประทานด้วย ในระหว่างนี้เด็ก  ๆ ลูกหลานจะคอยรับและแย่งเงินเหรียญกันสนุกสนาน ดังภาพประกอบที่ 12 – 14</p>
<p>เมื่อ ทำพิธีเสร็จแล้วลูกหลานญาติพี่น้องก็จะนำอาหารเครื่องเซ่นต่าง ๆ  มารับประทานร่วมกัน เป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ ในหมู่ลูกหลาน ญาติมิตร  เพราะหนึ่งปี มีครั้งเดียว  ลูกหลานที่ไปอยู่หมู่บ้านอื่นหรือต่างจังหวัดจะได้รู้จักคุ้นเคยกัน</p>
<p><img src="http://byfiles.storage.live.com/y1pEo6yz_GzpktuSR1OUhZ0gEwiB4TTWXiat_Z9z1XzuD8dDzvBvQJTK3q8y6EAhShf_9eDdyrPo1I" alt="" width="250" height="188" /></p>
<p>5.  การพิธีกรรมบายเบ็น เมื่อเสร็จพิธีกรรมแซนโฎนตาที่บ้านแล้ว  จะมีการทำบายเบ็น ประกอบด้วยข้าวเหนียวนึ่งคลุกกับงาปั้นเป็นก้อน ๆ ขนม  ข้าวต้มแกะห่อออก ผลไม้ต่างๆ เช่น มะยม มะขามป้อม สมอ อ้อยควั่นเป็นแว่น  มีเผือกต้มแล้วใสภาชนะไปรวมกันที่วัดในเวลาเช้ามืดของวันแรม 15 ค่ำเดือน 10  ให้พระทำพิธีให้ แล้วจึงนำบายเบ็นไปที่นาเพื่อบูชา เซ่นไหว้แม่โพสพ  จากนั้นก็นำบายเบ็นไปหว่าน หรือโรยให้ทั่วนาข้าว  ซึ่งโดยปกติแล้วในเวลานั้นข้าวจะตั้งท้อง ก็เป็นการรับขวัญข้าวพอดี</p>
<p>ทอง สุข สุทธิสาร (2549 , สัมภาษณ์) สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม  ประจำหมู่ 5 บ้านปราสาท  กล่าวว่าการทำบายเบ็นจากการสังเกตพบว่าคล้ายกับการทำน้ำหมักชีวภาพปุ๋ย อินทรีย์ ส่วนประกอบต่าง ๆ คล้าย ๆ กันเพียงแต่ว่าน้ำหมักชีวภาพจะหมักนาน  บายเบ็นไม่ได้หมักก่อนนำไปหว่าน  แต่เมื่อหว่านบายเบ็นไปแล้วข้าวมีความอุดมสมบูรณ์ เมล็ดไม่ลีบ  ได้เมล็ดข้าวเต็มเม็ดเต็มหน่วยเต็มรวงสวยงาม</p>
<p>6.  การพิธีกรรมแซนโฎนตาที่วัด ในเช้าของวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10  หลังจากที่นำบายเบ็นไปหว่านที่นาแล้ว ก็จะนำอาหาร  คาวหวานลักษณะเดียวกันกับที่ประกอบพิธีแซนโฎนตาที่บ้าน  โดยทำขึ้นใหม่นำไปที่วัด เพื่อให้พระสงฆ์ทำพิธีสวดมนต์  อุทิศส่วนกุศลให้อีกครั้งหนึ่ง  แต่การอุทิศส่วนกุศลที่วัดจะไม่จำเพาะเจาะจงว่าจะเป็นญาติ  หรือบรรพบุรุษของตนเองเท่านั้น แต่จะรวมถึงผีไร้ญาติ สัมพะเวสี ผีเปรต  ผีเร่ร่อน เจ้ากรรมนายเวร ต่าง ๆ ได้รับส่วนบุญด้วย</p>
<p>ลักษณะการทำพิธี ที่วัดจะมีลักษณะคล้ายกันกับทำที่บ้าน  แต่จะเพิ่มเติมส่วนที่เป็นของสังฆทานถวายพระสงฆ์มาด้วย กล่าวคือ  การทำพิธีที่วัดจะมีสิ่งของมาสองส่วน คือ ส่วนที่ทำบุญกับพระสงฆ์มี สังฆทาน  ต่างๆ และส่วนที่ทำพิธีแซนโฎนตา ซึ่งเหมือนกันกับทำที่บ้าน</p>
<p>พระครู ปทุมปริยัติการ (2549, สัมภาษณ์) กล่าวว่าตอนเช้ามีพิธีตักบาตร  ถวายอาหารพระสงฆ์ จากนั้นพระสงฆ์สวดมนต์บทต่าง ๆ จนถึงบทชยันโต  พระสงฆ์อาวุโสก็จะพรมน้ำมนต์ และจบด้วยบทให้พร คือ ยะถา…สัพพี…  ในระหว่างพระสวดยะถา ทุกคนจะตั้งใจทำการกรวดน้ำ  โดยมองไปที่สายน้ำที่ใสรินไหลจากภาชนะใบหนึ่งลงสู่ภาชนะอีกใบหนึ่งด้วยใจจด จ่อ ไม่ให้สายน้ำขาด ในใจก็จะอุทิศบุญกุศลถึงผีบรรพบุรุษ ผีไร้ญาติ  สัมพะเวสี ผีเปรต ผีเร่ร่อน เจ้ากรรมนายเวร ต่าง ๆ  โดยเชื่อว่าการทำเช่นนี้จะสามารถส่งถึงผีบรรพบุรุษและผีอื่นที่อุทิศได้</p>
<p>โสรัจ  คงทน (2549, สัมภาษณ์ ) กล่าวว่าการกรวดน้ำขณะที่พระสวดยะถานั้น  สามารถส่งสิ่งของที่ทำบุญให้ไปถึงผีที่เราตั้งใจส่งไปได้  โดยได้เคยพิสูจน์มาแล้วว่าแม้แต่คนที่ยังไม่ตายก็ยังสามารถรับรู้ถึงความ รู้สึกอิ่มเอิบไดhซึ่งได้ยกตัวอย่างว่ามีคนในหมู่บ้านไปทำงานเป็นลูกจ้างใน เรือประมงแล้วประสบพายุสูญหายไป ญาติพี่น้องคิดว่าตายไปแล้ว  จึงประกอบพิธีศพให้โดยใช้โลงศพเปล่า ๆ มีสวดยะถาให้พรจากพระสงฆ์  ญาติกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้  หลังจากที่บุคคลดังกล่าวที่คิดว่าตายไปแล้วกลับมา  กล่าวถึงความรู้สึกว่าในขณะที่ติดเกาะอยู่ในบางวันรู้สึกอิ่มเอิบโดยไม่ทราบ สาเหตุ และอิ่มจนไม่รู้สึกหิวข้าว หิวอาหาร เป็นวัน ๆ  เป็นเช่นนี้อยู่เป็นประจำทุกวันพระ โสรัจ คงทน  จึงเชื่อว่าการกรวดน้ำสามารถส่งสิ่งของที่ทำบุญไปนั้น  ถึงผีที่เราตั้งใจส่งไปได้</p>
<p>คำ สุขพราหมณ์ (2549 , สัมภาษณ์) กล่าวว่าการยะถาคือการอุทิศส่วนกุศลให้ผี ส่วนการสัพพีคือการอวยพรให้คนเป็น</p>
<p>บุญ  ทันแก้ว (2549, สัมภาษณ์)  กล่าวว่าการแผ่เมตตาสามารถอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผีบรรพบุรุษ หรือผีต่าง ๆ  ได้และการแผ่เมตตายังสามารถส่งให้ผีได้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมทั้งหลายได้</p>
<p>การ อุทิศส่วนกุศลนั้นสามารถทำได้หลายวิธี  ตั้งแต่การกรวดน้ำขณะทำพิธีแซนโฎนตาที่บ้าน การแผ่เมตตา การทำพิธีวันสารท  แต่วิธีที่เชื่อว่าสามารถส่งส่วนบุญอุทิศส่วนกุศลได้ถึงผีหรือญาติผู้ล่วง ล่วงลับแน่นอนคือ การกรวดน้ำขณะที่พระสวดบทยะถา นั่นเอง  แต่การอุทิศส่วนกุศลทุกวิธีนั้นสิ่งที่สำคัญคือจิตใจที่แน่วแน่เป็นระยะเวลา หนึ่ง ที่ทำให้เกิดพลังสามารถส่งถึงผีหรือญาติผู้ล่วงล่วงลับได้</p>
<p></span></p>
<h2><span style="font-size: small;">สรุป </span></h2>
<h2><span style="font-size: small;"> </span></h2>
<p><span style="font-size: small;"><br />
ประ เพณีแซนโฎนตามีความเป็นมายาวนานโดยมีพระเจ้าพิมพิสาร  เป็นต้นกำเนิดของแนวความคิดของประเพณี  โดยชาวเขมรเห็นแนวทางในการที่จะอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผีบรรพบุรุษ ปู่ย่า  ตายาย พ่อแม่ ให้ได้รับผลบุญกุศลที่อุทิศไป  ทำให้ทุกข์เวทนาจากบวงกรรมมีความบรรเทาเบาบางลง  จึงให้มีการจัดพิธีแซนโฎนตาขึ้น และให้มีการสืบทอดต่อ ๆ กันมา  ซึ่งเชื่อว่าถ้าในยุคของตนได้แซนโฎนตาให้แก่ ผีบรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายาย  พ่อแม่ ไปแล้ว รุ่นลูกจะต้องแซนโฎนตาให้ตนเหมือนกัน และออกกุศโลบายต่าง ๆ  ให้ลูกหลานต้องปฏิบัติสืบทอดต่อ ๆ กันไปไม่สิ้นสุด เช่น  ถ้าญาติหรือลูกหลานประกอบพิธีแซนโฎนตา และทำบุญอุทิศให้  ก็จะอวยพรให้ญาติหรือลูกหลานมีความสุขความเจริญ  ประกอบอาชีพประสบผลสำเร็จมีเงินมีทองใช้   แต่ถ้าไม่ทำพิธีแซนโฎนตาก็จะโกรธและสาปแช่งญาติหรือลูกหลานไม่ให้มีความสุข ความเจริญ ประกอบอาชีพฝืดเคือง ไม่ราบรื่น  ดังนั้นลูกหลานของชาวไทยเขมรทุกรุ่นจึงต้องประกอบพิธีแซนโฎนตามาทุกปีจนถึง บัดนี้</p>
<p>นอกจากประเพณีแซนโฎนตาจะเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผี บรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่  จุดมุ่งหมายรองของการออกกุศโลบายของบรรพบุรุษ  คือการแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีของลูกหลานที่แสดงต่อผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไป แล้ว และเพื่อให้ลูกหลาน ญาติมิตรจะได้มารู้จักกัน สร้างความสามัคคี  สร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เป็นที่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน.<br />
</span></td>
<td rowspan="2" width="5" valign="bottom"><span style="font-size: small;"><br />
</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-size: small;"></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-size: small;"></span></p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/09/06/%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8f%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b2/" target="_blank"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/09/06/%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8f%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b2/" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p><p><a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share/Bookmark"/></a> </p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://surin108.com/web/blog/2010/09/06/%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8f%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทึ่ง !รพ.สังขะ สุรินทร์ ชนะเลิศประดับ“ธงไตรรงค์ ธำรงไทย”ตกแต่งตึกอาคารเหลือง ชมพู</title>
		<link>http://surin108.com/web/blog/2010/09/05/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%9e-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b0-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://surin108.com/web/blog/2010/09/05/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%9e-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b0-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 05 Sep 2010 09:43:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารเมืองสุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ชื่นตา]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.วราวุธ]]></category>
		<category><![CDATA[ประกวด]]></category>
		<category><![CDATA[ประดับธง]]></category>
		<category><![CDATA[รพ.สั]]></category>
		<category><![CDATA[รพ.สังขะ]]></category>
		<category><![CDATA[สังขะ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://surin108.com/web/?p=761</guid>
		<description><![CDATA[
ภาพ/ข่าวจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์-ศูนย์ข่าว surinnews.com
น่าทึ่ง ! รพ.สังขะ ชนะเลิศอันดับ 1 เมืองช้างประกวดประดับธงชาติและธงสำคัญของชาติตามโครงการ“ธงไตรรงค์ ธำรงไทย” พร้อมจัดนิทรรศการธงชาติไทยรณรงค์ปลูกฝังจิตสำนึกรักชาติ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/09/0005816_full.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-762" title="0005816_full" src="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/09/0005816_full.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a><br />
ภาพ/ข่าวจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์-ศูนย์ข่าว surinnews.com</p>
<p>น่าทึ่ง ! รพ.สังขะ ชนะเลิศอันดับ 1 เมืองช้างประกวดประดับธงชาติและธงสำคัญของชาติตามโครงการ“ธงไตรรงค์ ธำรงไทย” พร้อมจัดนิทรรศการธงชาติไทยรณรงค์ปลูกฝังจิตสำนึกรักชาติ ภูมิใจความเป็นไทย เทิดทูนสถาบันกษัตริย์ และตกแต่งตึกอาคาร รพ.ด้วยสีเหลือง-ชมพูเพื่อถวายพระพร“ในหลวง”ให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงเป็นมิ่งขวัญพสกนิกรตลอดไป</p>
<p>28 ส.ค.ที่ผ่านมา  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ที่โรงพยาบาลสังขะ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ทางโรงพยาบาลสังขะ นำโดย นพ.วราวุธ ชื่นตา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสังขะ ได้ดำเนินการตกแต่งประดับธงชาติไทย ตามบริเวณต่างๆ ภายในโรงพยาบาลสังขะ ทั้งรั้วโรงพยาบาล ตึกที่ทำการ อาคารผู้ป่วย สนามหญ้า อย่างสวยงาม และเป็นระเบียบเรียบร้อย</p>
<p>นอกจากนั้น ทางโรงพยาบาลยังได้จัดแสดงนิทรรศการ“ธงไตรรงค์ ธำรงไทย” ไว้บริเวณด้านหน้าตึกทำการโรงพยาบาลสังขะ ซึ่งเป็นการแสดงประวัติ และความสำคัญของธงชาติไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2325 จนมาเป็นธงชาติไทยในปัจจุบัน ซึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงสี รูปแบบต่างๆ มาแล้ว 7 รูปแบบ</p>
<p>นพ.วราวุธ ชื่นตา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสังขะ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลสังขะ ได้เข้าร่วมการประกวดประดับธงชาติไทยและธงสำคัญของชาติตามโครงการ“ธงไตรรงค์ ธำรงไทย” ของสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกรักชาติให้กับประชาชนชาวไทย มีความรักชาติ ความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความสามัคคีปรองดอง และนำความผาสุกสู่สังคมไทย พร้อมทั้งได้ร่วมรณรงค์ให้ประชาชนทุกหมู่ เหล่า ได้ร่วมแสดงออกถึงความรักชาติ การประดับธงชาติ การยืนตรงเคารพธงชาติ และการร้องเพลงชาติไทย</p>
<p>ทั้งนี้โรงพยาบาลสังขะ จ.สุรินทร์ ได้ทำการตกแต่ง ประดับธงชาติและธงสำคัญของชาติ ส่งเข้าประกวดแข่งขัน ในภาคหน่วยงานของรัฐทั้งจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งโรงพยาบาลสังขะ ชนะเลิศการประกวดในภาคหน่วยงานของรัฐ ระดับจังหวัดและจะส่งเข้าประกวด ในระดับชาติต่อไป</p>
<p>นอกจากนั้นโรงพยาบาลสังขะ ยังได้ปรับปรุงภูมิทัศน์ ทั้งหมดภายในโรงพยาบาลสังขะ ทั้งบริเวณสนามหน้า อาคารและตึกผู้ป่วยต่างๆ แม้กระทั่งห้องน้ำ ให้สะอาดสวยงาม อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอาคาร และ ตึกต่างๆโรงพยาบาลสังขะ ได้ตกแต่งด้วยสีเหลืองและสีชมพู ทั้งนี้เพื่อเป็นการถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ขอให้พระองค์ ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง เป็นมิ่งขวัญ แก่พสกนิกรชาวไทยตลอดไป นพ.วราวุธ กล่าว</p>
<p>ชมภาพ ข้อมูลข่าว เพิ่มเติม</p>
<p>http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000120126</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/09/05/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%9e-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b0-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b8%99/" target="_blank"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/09/05/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%9e-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b0-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b8%99/" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p><p><a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share/Bookmark"/></a> </p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://surin108.com/web/blog/2010/09/05/%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%9e-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b0-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สุรินทร์เลือกบ้านท่าสว่างเป็นสถานที่จัดงานมหกรรม “ไหมสุรินทร์ สุดยอดไหมโลก”</title>
		<link>http://surin108.com/web/blog/2010/09/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://surin108.com/web/blog/2010/09/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Sep 2010 23:26:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารเมืองสุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่าสว่าง]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าไหม]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าไหมโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สุรินทร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://surin108.com/web/?p=756</guid>
		<description><![CDATA[



จังหวัดสุรินทร์เลือกบ้านท่าสว่างเป็นสถานที่จัดงานมหกรรม “ ไหมสุรินทร์ สุดยอดไหมโลก” (31/8/2010)

“บ้านท่าสว่าง หรือชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันว่า บ้านเตรี๊ยะ  ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลท่าสว่าง ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/09/299347_.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-757" title="299347_" src="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/09/299347_-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<table style="width: 100%;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center">
<tbody>
<tr>
<td><strong>จังหวัดสุรินทร์เลือกบ้านท่าสว่างเป็นสถานที่จัดงานมหกรรม “ ไหมสุรินทร์ สุดยอดไหมโลก”</strong> (31/8/2010)</p>
<div>
<p>“บ้านท่าสว่าง หรือชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันว่า บ้านเตรี๊ยะ  ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์  ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงด้านการทำผ้าไหม  โดยเฉพาะการทอผ้าไหมลายยกทองโบราณ โดยอาจารย์วีระธรรม  กระกูลเงินไทย  เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการพัฒนาและคิดค้นวิธีการทอผ้าไหมแบบลวดลายยกทอง โบราณขึ้นมา โดยประยุกต์ด้านจิตรกรรมไหมไทย การใช้สีธรรมชาติ  การออกแบบลวดลายบนผ้าไหมอย่างวิจิตรบรรจง  และมีการรวมกลุ่มของชาวบ้านท่าสว่าง  เพื่อมาทำงานทอผ้าร่วมกันยามว่างจากการทำไร่ทำนา</p>
<p>บ้านท่าสว่างได้รับการยอมรับและยกย่องว่า  ทอผ้าไหมตั้งแต่หนึ่งร้อยตะกอถึงหนึ่งพันกว่าตะกอ  และเคยทอผ้าไหมหนึ่งพันสี่ร้อยสิบหกตะกอ  เพื่อทอเป็นผ้ายกทองทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  ที่มีการทอแบบราชสำนักผสมผสานกับเทคนิคการทอผ้าแบบพื้นบ้าน  จนกลายเป็นผ้าทอที่มีความงดงามอย่างมหัศจรรย์</p>
<p>และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก  จนได้รับการคัดเลือกจากรัฐบาลให้ทอผ้าสำหรับตัดเสื้อผู้นำ  และผ้าคลุมไหล่สำหรับคู่สมรสผู้นำ จาก 21  เขตเศรษฐกิจที่มาร่วมประชุมผู้นำเอเปกเมื่อปี 2546  จนเป็นที่รู้จักกันดีในนาม “หมู่บ้านทอผ้าเอเปก และรางวัล โอท็อป ระดับ 5  ดาวของประเทศจวบจนปัจจุบัน</p>
<p>และในระหว่างวันที่  2 –6 กันยายน 2553 นี้  จังหวัดสุรินทร์ได้เลือกหมู่บ้านท่าสว่าง เป็นสถานที่ในการจัดงาน  “มหกรรมไหมสุรินทร์ สุดยอดไหมโลก  “และหมู่บ้านโอท็อปเพื่อการท่องเที่ยวเชิงหัตกรรม  ทั้งนี้จะได้สัมผัสกับภูมิปัญญาไหมสุรินทร์ที่เป็นที่รู้จักแก่นักท่อง เที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ  ว่ามีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เป็นของตัวเอก นับร้อยสีพันลาย  พร้อมทั้งได้จัดให้มีกิจกรรมต่างๆอีกมากมายประกอบด้วย การจัดนิทรรศการไหม  เปิดกรุผ้าไหมพื้นเมืองสุรินทร์ที่มีลวดลายร้อยสีพันลาย   และเปิดกรุอาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย 4  หลังได้แก่กรุผ้าไหมในราชสำนักสยามโบราณ กรุผ้าไหมพื้นเมืองโบราณ  การย้อมไหม ย้อมคราม รงทอผ้าไหมยักทอง และกระบวนการผลิต  และชมนิทรรศการช่างสิบหมู่พร้อมการสาธิต  การสาธิตการเลี้ยวไหมและสาวไหมแบบครบวงจร  นิทรรศการการผลิตภัณฑ์จากไหมและผ้าไหม ตลาดนัดเครื่องเงิน ขนมพื้นบ้าน  อาหารพื้นเมือง นิทรรศการเกษตรอินทรีย์ กิจกรรมนวดแผนไทย กิจกรรมลานช้าง  แท็กซี่ช้างชมวิถีชีวิตชาวบ้าน   และสำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างในหมู่บ้านเรายังมีบ้านโฮมเสตย์ไว้ต้อนรับ  และจะมีมัคคุเทศก์น้อยพาเที่ยวชมการแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่นทุกวันในราคาเข้า พักเพียงคนละ 100 บาทต่อคืนเท่านั้น  จึงขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยว เที่ยวชมงาน “มหกรรมไหมสุรินทร์  สุดยอดไหมโลก “และหมู่บ้าน โอท็อป เพื่อการท่องเที่ยวเชิงหัตกรรม  ได้ที่หมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าสว่าง ต. ท่าสว่าง อ. เมือง จ.  สุรินทร์ระหว่างวันที่ 2 –6 กันยายน 2553 นี้ครับ</p>
<p>///////////////  ประนนท์  ไม้หอม ส.ปชส. สุรินทร์&#8230;รายงาน</p></div>
</td>
</tr>
<tr>
<td align="right"><strong>ข้อมูลจาก :: </strong> กรรณิกา สำราญจริง  ส.ปชส.สุรินทร์  <strong>วันที่ ::</strong> 31/8/2553</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/09/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a7/" target="_blank"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/09/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a7/" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p><p><a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share/Bookmark"/></a> </p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://surin108.com/web/blog/2010/09/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตำรวจโวยเงินประมูลเลขทะเบียนสวยไม่เข้ากองทุนลดอุบัติเหตุ</title>
		<link>http://surin108.com/web/blog/2010/08/30/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%82%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://surin108.com/web/blog/2010/08/30/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%82%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Aug 2010 07:51:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารเมืองสุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ตำรวจ]]></category>
		<category><![CDATA[ทรายแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเบียนสวย]]></category>
		<category><![CDATA[ประมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้การ]]></category>
		<category><![CDATA[พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[รณพงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[สุรินทร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://surin108.com/web/?p=751</guid>
		<description><![CDATA[
ผู้การตำรวจสุรินทร์โวยเงินประมูลเลขทะเบียนสวยเข้ากองทุนความ ปลอดภัยใช้รถไม่เคยตกถึงจังหวัดเพื่อลดอุบัติเหตุ วอนกระจายอำนาจบริหารชี้คนเมืองช้างตายบนถนนมากกว่าอาชญกรรมหลายเท่า
พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ กล่าวในงานสัมมนาอุบัติเหตุจราจรภาคอีสาน ปี 2553 ที่จัดโดยคณะทำงานสนับสนุนการดำเนินงานอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัด (สอจร.) ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><a href="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/08/0005406_full.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-752" title="0005406_full" src="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/08/0005406_full.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></h3>
<h3>ผู้การตำรวจสุรินทร์โวยเงินประมูลเลขทะเบียนสวยเข้ากองทุนความ ปลอดภัยใช้รถไม่เคยตกถึงจังหวัดเพื่อลดอุบัติเหตุ วอนกระจายอำนาจบริหารชี้คนเมืองช้างตายบนถนนมากกว่าอาชญกรรมหลายเท่า</h3>
<p>พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ กล่าวในงานสัมมนาอุบัติเหตุจราจรภาคอีสาน ปี 2553 ที่จัดโดยคณะทำงานสนับสนุนการดำเนินงานอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัด (สอจร.) ภาคอีสาน ศูนย์วิชาการความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า ‘กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน’หรือที่รู้จักกันในชื่อ กองทุน ‘ประมูลเลขสวย’ ที่ได้เงินสมทบจากการเปิดประมูลป้ายทะเบียนเลขสวย เพื่อนำเงินที่ได้ไปใช้ในการดำเนินการเพื่อลดอุบัติเหตุ แต่ปรากฏว่าเงินเหล่านี้เมื่อเข้ากองทุนกลับไม่ได้ใช้ตามวัตุประสงค์ที่แท้ จริงหรือไม่เคยคืนถึงพื้นที่</p>
<p>พล.ต.ต.รณพงษ์ กล่าวว่า การใช้เงินกองทุนนี้มีอุปสรรคมาก และแทบเป็นไปได้ยากที่จะท้องถิ่นหรือจังหวัด จะได้นำเงินก้อนนี้มาใช้ลดอุบัติเหตุตามวัตถุประสงค์ เพราะการดำเนินการมีขั้นตอนที่ยุ่งยากคือ จะต้องเขียนโครงการเป็นภาพรวมบ้าง หรือต้องให้หน่วยงานใหญ่ๆ ขอไป พูดง่ายๆ ว่า ถ้าตำรวจภูธรจังหวัดนั้นคงทำไม่ได้ ต้องเป็นระดับภาค ชี้ให้เห็นว่า เงินกองทุนนี้ใช้เงินไม่ตรงเป้า เพราะถ้าจะให้ตรงเป้า จังหวัดไหนหาได้มาก ก็ให้จังหวัดนั้นมากเพื่อนำมาใช้ในการดำเนินการลดอุบัติเหตุในพื้นที่</p>
<p>“จังหวัดจะนำเงินไปใช้โดยพลการไม่ได้ ต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาจัดสรร จะได้สร้างแรงจูงใจให้กับประชาชนเพื่อที่เขาจะได้มาร่วมประมูลให้มากขึ้น เขาจะได้เห็นว่า เงินที่เขาจ่ายไปนั้นได้ประโยชน์กับบ้านของเขา หรือทำให้จังหวัดของเขามีอุบัติเหตุลดลง”พล.ต.ต.รณพงษ์ กล่าว</p>
<p>ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า การใช้จ่ายเงินกองทุนนั้นจะมีคณะกรรมการระดับประเทศเป็นคนพิจารณา ซึ่งมีคำถามว่า คณะกรรมการระดับประเทศจะรู้หรือไม่ว่าระดับพื้นที่เป็นอย่างไร และตรงไหนจะแก้ปัญหาได้ เท่าที่ทราบคือ ส่วนใหญ่เอาไปใช้ในการประชาสัมพันธ์ ซึ่งไม่ตรงเป้านัก กองทุนอาจจะกันส่วนหนึ่งไว้เพื่อการบริหารจัดการกองทุนหรือประชาสัมพันธ์ก็ ไม่เป็นไร แต่ควรจะต้องคืนกลับมาพื้นที่ด้วย ซึ่งการให้ความสำคัญควรอยู่ที่พื้นที่ เพราะเงินมาจากพื้นที่</p>
<p>พล.ต.ต.รณพงษ์ กล่าวด้วยว่า ปีที่ผ่านมา ในจังหวัดสุรินทร์มีสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนถึง 278 ราย ขณะที่การเสียชีวิตจากคดีอาชญกรรมมีเพียง 44 ราย การดำเนินงานด้านการลดอุบัติเหตุจึงควรจะเป็นงานสำคัญของตำรวจ โดยงบประมาณที่ใช้จ่ายเรื่องนี้เป็นงบที่มาตามปกติ โดยไม่แยกว่าเพื่อให้ทำงานประเภทไหน หรืออาจจะมีงบพิเศษเพื่อทำงานด้านนี้บ้างในช่วงเทศกาลเพื่อการตั้งจุดตรวจ นอกนั้นการทำงานเพื่อลดอุบัติเหตุจะใช้ความร่วมมือจากประชาชนเป็นหลัก จึงเห็นว่า หากกองทุนประมูลเลขสวยที่ได้เงินจากการประมูลเลขทะเบียนรถใน จ.สุรินทร์ไปถึง 17 ล้านในปีที่ผ่านมา ได้กระจายอำนาจการจัดการ โดยคืนกลับเงินกองทุนมาบางส่วน จะทำให้งานลดอุบัติเหตุมีประสิทธิภาพ และเห็นผลอย่างแน่นอน</p>
<p>“ทุกวันนี้เราบอกว่า หากตำรวจให้ใบสั่งจะได้เงินส่วนหนึ่งให้กับผู้จับกุม แต่ที่สุรินทร์ ค่าปรับได้มาแทนที่ส่วนหนึ่งจะนำไปใช้เป็นสวัสดิการให้เจ้าหน้าที่ ก็ต้องไปรวมกันเอาไปซื้อใบสั่ง ซื้อหมวกกันน็อกแจกชาวบ้านที่ลำบาก เพราะต้องยอมรับว่า ชาวบ้านบางคนเขาไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อหมวก” พล.ต.ต.รณพงษ์ กล่าว.</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/08/30/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%82%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%97/" target="_blank"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/08/30/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%82%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%97/" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p><p><a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share/Bookmark"/></a> </p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://surin108.com/web/blog/2010/08/30/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%82%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สุรินทร์-ญาติเข้าเยี่ยมคนไทย 3 คนที่เสียมราฐ</title>
		<link>http://surin108.com/web/blog/2010/08/27/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://surin108.com/web/blog/2010/08/27/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Aug 2010 20:21:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารเมืองสุรินทร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://surin108.com/web/?p=745</guid>
		<description><![CDATA[

เจ้าหน้าที่จังหวัดสุรินทร์นำญาติ ของคนไทย 3 คน ที่ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมขณะเดินป่าพลัดหลงเข้าไปในชายแดนไทย-กัมพูชาเข้าไป เยี่ยมที่เรือนจำจังหวัดเสียมราฐ
เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้(26 ส.ค.) ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><a href="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/08/0005795_full.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-746" title="0005795_full" src="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/08/0005795_full.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></h3>
<h3></h3>
<h3>เจ้าหน้าที่จังหวัดสุรินทร์นำญาติ ของคนไทย 3 คน ที่ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมขณะเดินป่าพลัดหลงเข้าไปในชายแดนไทย-กัมพูชาเข้าไป เยี่ยมที่เรือนจำจังหวัดเสียมราฐ</h3>
<p>เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้(26 ส.ค.) จังหวัดสุรินทร์ได้นำญาติของคนไทย 3 คน ที่ถูกตำรวจกัมพูชาจับตัวไว้ขณะเดินหาของป่าตามแนวชายแดนแล้วพลัดหลงเข้าไป ในพื้นที่ชายแดนกัมพูชาหา ที่จังหวัดสุรินทร์ ก่อนถูกนำตัวไปคุมขังไว้ที่เรือนจำจังหวัดเสียมราฐ</p>
<p>โดยญาติที่เดิน ทางไปเยี่ยม ประกอบด้วย นายปภพ ขอไชย นายทองดี ทองคำ และนายสิม พวงเพชร โดยมีสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เดินทางเข้าไปทำข่าวด้วย เมื่อรถตู้นำคณะญาติและสื่อมวลชนเดินทางมาถึงที่หน้าด่านคลองลึก เจ้าหน้าที่ประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ช่วยประสานไปยังหน่วยประสานงานชายแดนของกัมพูชา นำรถบัสขนาด 20 ที่นั่ง เข้ามารับยังฝั่งไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ ซึ่งบรรดาญาติของคนไทยทั้ง 3 คน โดยเฉพาะลูกๆต่างดีใจที่จะได้เดินทางไปเยี่ยมพ่อ ส่วนเรื่องคดียังไม่ทราบว่าทางการกัมพูชาจะปล่อยตัวเมื่อใด</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/08/27/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1/" target="_blank"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/08/27/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1/" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p><p><a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share/Bookmark"/></a> </p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://surin108.com/web/blog/2010/08/27/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดาร์กี้-สมชาย-คงสุขดี</title>
		<link>http://surin108.com/web/blog/2010/08/24/%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%94%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://surin108.com/web/blog/2010/08/24/%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%94%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Aug 2010 07:19:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารเมืองสุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[คนดีศรีสุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[กันตรึม]]></category>
		<category><![CDATA[คงสุขดี]]></category>
		<category><![CDATA[ดาร์กี้]]></category>
		<category><![CDATA[สมชาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://surin108.com/web/?p=733</guid>
		<description><![CDATA[

แด่… ดาร์กี้ พระเอกหน้าดำ
ชื่อ  “ดาร์กี้”  ตัวดำโดยกำเนิด
แต่ใจขาวด้วยเทิดสำนึกถิ่น
เลือดพื้นบ้าน  มิแห้งเหือด  เลือดสุรินทร์
เป็นไอ้หนุ่มศิลปิน  กันตรึม  ตรัว
เจรียง   ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;"><a href="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/08/1190523746_V.jpg"><img title="1190523746_V" src="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/08/1190523746_V.jpg" alt="d" width="170" height="128" /></a></div>
<div><strong><span style="text-decoration: underline;">แด่… ดาร์กี้ พระเอกหน้าดำ</span></strong></div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">ชื่อ  “ดาร์กี้”  ตัวดำโดยกำเนิด</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">แต่ใจขาวด้วยเทิดสำนึกถิ่น</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">เลือดพื้นบ้าน  มิแห้งเหือด  เลือดสุรินทร์</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">เป็นไอ้หนุ่มศิลปิน  กันตรึม  ตรัว</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">เจรียง   ตรัว  ยัว  เจิ๊ด  กำเนิด  เพล็อว</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">เมียน  แม  เอ็อว   บอง  ปโอน  สลัน   ทั่ว</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">ฝึกวิชาวัฒนธรรมประจำตัว</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">กล้าร้องไห้  กล้ายิ้มหัว   ด้วยตัวตน</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">เป็นพระเอกหน้าดำน้ำใจดี</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">เป็นปฏิภาณกวีดนตรีด้น</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">เป็นนักเลงบ้านนอกบอกรักคน</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">เป็นลูกทุ่งขแมร์บนถนนเมือง</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">เปิดกรุอีสานใต้ให้โลกรู้</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">เปิดตำนานอีสานผู้ให้โลกเลื่อง</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">เปิดวิญญาณบรรพบุรุษให้รุ่งเรือง</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">เปิดสันดานสืบเนื่องให้สำนึก</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">บางฝันอันยิ่งใหญ่  “ไอ้หนุ่มดาร์กี้”</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">“สมชาย  คงสุขดี”  คงรู้สึก</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">คงสุขด้วยภาระสวรรค์อันล้ำลึก</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">ผ่านเพลงฝึกเพาะบ่มจนสมชาย</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">เคล้าสนุก…คลุกหวาน…ผ่านเศร้าแล้ว</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">แก้วรอริน …เวียนแก้ว… แล้วสหาย</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">ซอคู่ชีพ…  ซอเดินทาง…  ซอข้างกาย</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">ยังเคยสีซอสุท้ายให้เพื่อนฟัง!</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">ซอคู่ชีพ…  ซอจำพราก…  เมื่อจากตาย</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">ใครจะสีซอสุดท้ายให้โลกฟัง!</div>
<div style="text-align: center;">ไพวรินทร์  ขาวงาม</div>
<div id="_mcePaste" style="text-align: center;">อาลัยดาร์กี้ ๒  มกราคม  ๒๕๔๖</div>
<h2>ตำนาน  “ดาร์กี้”</h2>
<div id="_mcePaste">…กว่าจะเป็น  ราชากันตรึมร็อค</div>
<p>
<object width="480" height="385"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/QYASv4wny4E?fs=1&amp;hl=en_US"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/QYASv4wny4E?fs=1&amp;hl=en_US" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="480" height="385"></embed></object>
</p>
<h3><a href="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/08/KTD-195.jpg"><img title="KTD-195" src="http://surin108.com/web/wp-content/uploads/2010/08/KTD-195.jpg" alt="d" width="430" height="436" /></a></h3>
<h3>๑.  ป่วยไข้  แต่หัวใจยังสู้</h3>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">ดาร์กี้ บันทึกความรู้สึกเจ็บปวดในห้องพิเศษโรงพยาบาลรวมแพทย์สุรินทร์  ๕  ตุลาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๕</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">“ความเจ็บจุกที่ท้อง  ทำให้ทรมานมาก  จึงนึกถึงวิธีที่พระท่านส่องแสงแก้ทุกข์  สมุทัย  นิโรธ  มรรค  จึงเริ่มพิจารณารูปกาย  เวทนา  สังขาร  วิญญาณ  มันเกิดขึ้นอย่างทะนุถนอมอย่างเอาใจใส่  ในเมื่อมันไม่อยากอยู่  อยากจะไป  ก็คงต้องใช้จิตแยกกาย  ทุกข์  สมุทัย  นิโรธ  มรรค  ให้เป็นอนัตตา  คือสิ่งไม่เที่ยง  คืนสู่ความไม่เที่ยง  ดำรงจิตเที่ยงให้กลายเป็นพละจิต  เป็นบันไดแห่งสัมโพธิญาณ  อันจะนำจิตเดิมที่บริสุทธิ์กลับคืน  พลังเมตตาอย่างไม่ประมาณ  ต่อการสิ้นสุดทุกข์  สิ้นอาสวะ  แห่งความเจ็บปวดโลภโกรธ  หลง  ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป  ขอปู่อรหังสัมโพธิญาณช่วย    คุ้มครอง”</div>
<div id="_mcePaste">“ดาร์กี้เข้าโรงพยาบาลปวดท้องอย่างรุนแรงข่าวปากต่อปากนี้ทำเอาคนที่สนิทชิดชอบกับดาร์กี้ ตกอกตกใจและถามสวนทวนความกันยกใหญ่  ยิ่งหนังสือพิมพ์ลงข่าวในสัปดาห์ที่สองว่า  “ดาร์กี้ป่วยนอนอยู่โรงพยาบาลด้วยโรคตับแข็ง”  ยิ่งทำให้เพื่อนใกล้  ไกลต่างทยอยไปเยี่ยมด้วยเป็นห่วง</div>
<div id="_mcePaste">ก่อนบันทึกมิวสิกวิดีโอชุด  “อีซิว  อีสร้อย” ดาร์กี้ ดื่มเหล้าหนักและพักผ่อนน้อย  หลังทีมงานทอปไลน์ไดมอนด์  ต้นสังกัดถ่ายทำเสร็จเขาก็ดื่มจัดไม่เลือกทั้งเหล้าชั้นดีและชั้นเลว กับ       หลายวงหลายกลุ่มคน    หารู้ไม่…  ตับที่กรองซับแอลกอฮอล์มาเกือบยี่สิบปี  มันแย่แล้ว</div>
<div id="_mcePaste">เขาจำได้…  ดื่มเป๊กสุดท้ายของค่อนขวดก่อนจะขึ้นแสดงที่บ้านระไซร์  อำเภอปราสาท      รู้สึกเจ็บแปลบราวมีดโกนกรีดในท้อง  เจ็บจนต้องเกร็งท้องกุมกลั้นไว้  แต่ก็เหลือจะทานทนไหวเขาตะโกนลั่น  “โอ๊ย!  ไม่ไหวแล้ว!”  พี่น้องสมาชิกวงรีบพาร่างบิดเร่า  ๆ  บึ่งเข้าโรงพยาบาลอำเภอปราสาท  ที่อยู่ใกล้ที่สุด  แต่ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลสุรินทร์เป็นการด่วน  พอจะรู้สึกตัวหมอก็ฉีดมอร์ฟีนให้ทันที</div>
<div id="_mcePaste">ต่อมา  ญาติพาย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลรวมแพทย์สุรินทร์เขาสลบไสลไม่ได้สติถึงสี่วัน…</div>
<div>ณ  สถานที่แห่งหนึ่ง…  เขาพบว่าตัวเองไปปรากฏตัวในงานแสดงดนตรี  เห็นเวทีขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่  มีคนดูมากมาย  คล้าย  ๆ  งานวัด  มีพานดอกไม้ธูปเทียนสามอันวางอยู่ใกล้เวที  ข้างล่างและผู้หญิงนั่งที่โต๊ะยาวเหมือนกรรมการจัดงานทำนองนั้น</div>
<div id="_mcePaste">ศิลปินพื้นบ้านหมอลำ,  ลูกทุ่ง  คณะใหญ่  หลายคนเดิน  ยืน  นั่ง  รอขึ้นแสดงอย่างคึกคักที่เป็นหมอลำแต่งตัวด้วยเพชรปลอมพราวตาและยังเห็น  “แดง  จิตรกร”  ขึ้น ร้องเพลง  “เมื่อแลงว่างบ่”  แล้วลงเวทีไปอย่างเซื่อง  ๆ  ซึม  ๆ</div>
<div id="_mcePaste">ดาร์กี้ถือว่าตัวเองก็ดังไม่ใช่ย่อย  จะขึ้นไปช่วยร้องเพลงสนุก  ๆ  ให้แฟนเพลงฟังด้วย  แต่มีเสียง  ร้องห้าม</div>
<div id="_mcePaste">“เอ็งยังหนุ่มยังแน่น  ไม่ต้องร้องหรอก”</div>
<div>เมื่อเป็นอย่างนั้นเขาจึงเดินตาม  แดง  จิตรกร  ออกไประหว่างนั้นเห็นพระเอกหมอลำใส่ชุดเพชรเหลืองอร่าม  เขาเหลือบมองขาหมอลำเห็นใส่รองเท้าสลับข้าง  ชักแปลกใจ  มองที่มือเห็นมีแค่สี่นิ้ว  จึงเอ่ยถาม</div>
<div id="_mcePaste">“เฮ้ย  โตคือใส่รองเท้ากลับข้างว่ะ”</div>
<div id="_mcePaste">“มันก็ใส่จังซี่หละ”  ตอบแล้วทำท่าอาย  ๆ  แล้วเดินหลบไปข้างเจดีย์บรรจุอัฐิ</div>
<div>ดาร์กี้สังเกตเห็นนักร้องหมอลำพวกนี้ถูกเจาะหัวเป็นรูแทบทุกคน  และยังมีคนพยายามจะเอาเหล็กแหลมมาเจาะหัวเขาด้วย  เขาหนีและเริ่มรู้แล้วว่าที่นี่มันไม่ใช่โลกมนุษย์แน่  ๆ  เพ่งทางในดูก็รู้ว่าพิธีกรถือไมโครโฟนก็คือ  “ยมทูต”  นั่นเอง  เขารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย  พอดีมีเสียงกระซิบ</div>
<div id="_mcePaste">“เพิ้นมาเอาซุ้มหมอลำ”  หมอลำคนหนึ่งพูด</div>
<div id="_mcePaste">“มื้ออื่นโตสิไปเล่นไส” ดาร์กี้ถาม  “ไปสิงคโปร์  ไปฮับคนอยู่พู้น”</div>
<div id="_mcePaste">เขาถอย  ๆ  ไปอยู่ข้างหลังผู้ชม  แล้วเริ่มต้นหัวเราะดังกังวาน  พร้อมตะโกนว่า</div>
<div id="_mcePaste">“โอ้!  นี่มันหมอลำมัจจุราชตั๊วะนี่”  ตะโกนเท่านั้น  ก็ปรากฏชฎาเงินครอบหัวเขาและตัวขยายใหญ่ขึ้น  และกลายเป็นชุดฤษีสวมใส่แทน  แล้วภาพงานผี  ๆ  ก็วูบหายไปเหมือนปิดจอภาพโทรทัศน์</div>
<div>เขามาปรากฏตัวอีกที  กำลังเดินผ่านบ้านหลังหนึ่ง  เห็นตาภูมิ  (ศาลพระภูมิ)  กับยายภูมิ  กำลังกินข้างมื้อค่ำ  แกเงยหน้าหันมาถาม</div>
<div id="_mcePaste">“ไปไหนมามืด  ๆ  ค่ำ  ๆ”</div>
<div id="_mcePaste">ไม่ทันจะได้ตอบ  เพียงยกมือไหว้ตาภูมิ  ก็ตื่นจากฝัน  เห็นเมียซึ่งกำลังตั้งครรภ์นั่งเฝ้าอยู่กับลูกสาววัย  ๑๐  ขวบ  ที่แปลกคือลูกสาวคนนี้ก็ฝันและเล่าความฝันให้ฟังแล้วต้องขนลุก</div>
<div id="_mcePaste">“พ่อ  เมื่อคืนโบว์ดูหมอลำผี  มียมทูตด้วย  ตัวด้ำดำ  โบว์ถามว่ายมทูตมาเอาใคร?”</div>
<div>
<h3><strong>หากจะลำดับเหตุการณ์ก่อนป่วยนั้น  ๑๒  สิงหา  วันแม่แห่งชาติปี  ๒๕๔๕  วงดาร์กี้กัน  ตรึมร็อคมีโอกาสไปร่วมแสดง  ณ  ทุ่งสนามหลวง  กรุงเทพมหานคร  หลักจากเล่น “เพลงอีซิว – อีสร้อย”  จบลง ดาร์กี้ได้ประกาศต่อคนทั้งปวงอยู่ที่นั่นว่า  จะลงเวทีและเริ่มเดินเท้าสู่จังหวัดสุรินทร์  เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  และเทิดเกียรติคุณของแม่ทั้งหลาย</strong></h3>
</div>
<div>ดังนั้น  ๘  ชีวิตนักสู่  คือ ดาร์กี้,  ศักดิ์, ดาวสามพี่น้อง  “คงสุขดี”  พรพจน์  พลภักดี,  ฉ่ำ  ช่อมะดัน,  เฉลา  เงางาม,  ศักดา,  น้าจิต  (มือซอของวง)  พร้อมสำหรับการเดินเท้าบนเส้นทาง  สี่ร้อยกิโลเมตร  ในครั้งนี้  ด้วยเจตนาอันแน่วแน่</div>
<div id="_mcePaste">แล้วพวกเราก็พากันเริ่มก้าวแรก  บนเส้นทางสี่ร้องกิโลเมตรกว่าที่ทอดยาวไปเบื้องหน้าจนสำเร็จ</div>
<div id="_mcePaste">
<p>ดาร์กี้ รักเพื่อนผอง  รักมนุษย์  ไปที่ไหนก็ได้ผูกเสี่ยวเหยเกยฮักไปทั่ว  ผูกพี่ฮัก และผูกพ่อแม่ฮักกับหลายคน  ทั้งเพื่อนนักร้อง  นักแสดง  ทหารและตำรวจ  และคนพื้นบ้าน</p>
</div>
<div>เกือบครึ่งเดือน  ออกจากโรงพยาบาลพักฟื้นได้ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์  เขารู้ว่า  เฉลิมพล   มาลาคำ  ถึงกำหนดเบิกวงอีกครั้งหลังปักดำเสร็จเป็นประจำ</div>
<div id="_mcePaste">แทนที่จะไปโรงพยาบาลขอนแก่นตามคำหมอแนะนำ  แต่ดาร์กี้เลือกไปช่วยงานเบิกวงเฉลิมพลก่อน</div>
<div id="_mcePaste">กับ  “พี่หำ”  เฉลิมพล  ความสัมพันธ์นั้นลึกซึ้ง  เคยร่วมงานกัน  เคยปรับทุกข์เฉลี่ยสุขกันมา  เมื่อครั้งเฉลิมพล  ฉีกตัวมาทำวงตัวเองถูกเจ้ากรรมนายเวรเล่นงานเสียย่ำแย่ ก็ได้ดาร์กี้…อย่างน้อย  ช่วยรับระบายความทุกข์</div>
<div>ดาร์กี้ ฝืนสังขารทำหน้าชื่นตาบานไปขอช่วยเพื่อนรุ่นพี่  แม้จะถูกทักท้วงให้เพียงแค่โชว์ตัวเท่านั้น  เขาก็ยืนยันยังไหว  นั่นเพราะเสียงปรบมือของแฟนเพลงปลุกพลังศิลปินในตัวเขาให้ลุกโชนขึ้นมา</div>
<div id="_mcePaste">
<p>เขาเริ่มร้องเพลง  “อีซิว  อีสร้อย”  ชื่อเพลงและชื่อชุดล่าสุด  ต่อด้วย  “หม้ายมัธยม”  แม้รู้สึกเจ็บแปลบ  ๆ  ขึ้นมาอีก  และมึนงงไม่น้อย  ขณะที่เฉลิมพล  ก็จะฟ้อนอยู่ใกล้  ๆ  กลัวเขาจะล้ม  แต่สู้ฝืนเรียกอินโทรดนตรี  “เปิดกรุอีสานใต้”  ร้องไปจนจบเป็นเพลงที่สาม  ด้วยอาการโงนเงนเต็มที  เฉลิมพล  เห็นอย่างนั้นจึงรีบดึงไมโครโฟนออกและให้ลงเวทีได้แล้ว</p>
</div>
<div>มาลังเวที  เฉลิมพล  ร้องไห้สวมกอดดาร์กี้เพราะซึ้งน้ำใจไอ้น้องคนนี้นัก  มันเพิ่งออกจากโรงพยาบาลแท้  ๆ  (๑๖  ตุลาคม  ๒๕๔๕)  ยังอุตส่าห์มาช่วยงาน  เสร็จจากนี้ไปตรวจที่ขอนแก่น และนัดผ่าตัดแต่เขาเปลี่ยนใจ</div>
<div id="_mcePaste">“มึงตายไม่ได้นะ…ดาร์กี้”  เขาได้แต่น้ำตาซึม  พูดไม่ออก  เจ็บข้างในก็เจ็บ  รับรู้ความซึ้งใจและเจ็บแทนของเพื่อนผู้พี่ก็ปานกัน</div>
<div id="_mcePaste">เฉลิมพล  นั้นลึกซึ้งกันในฐานะคนอีสานด้วยกัน  เคยบุกเบิกตัวยุคใกล้กัน  เปิดตัว  มักไปขึ้นป้ายออกงานด้วยกันประจำและเคยแสดงภาพยนต์ร่วมกันหลายเรื่อง</div>
<div id="_mcePaste">
<p>ดาร์กี้ กับ  เฉลิมพล   มาลาคำ  สนิทกันตั้งแต่  ยังเป็นหมอลำธรรมดา  มาเล่นอยู่สถานีวิทยุ  เขาก็ไปคลุกคลีอยู่ที่สถานีวิทยุด้วย  จึงได้รู้จักคุ้นเคยกับนักจัดรายการวิทยุไม่ว่าสัจจา  ธนาภัทราสกุล,  อุดมศิลป์  งามยิ่ง</p>
</div>
<div id="_mcePaste">กับเอกชัย  ศรีวิชัย  ก็รักนับถือกันฉันพี่น้องและนักเลง  สิ่งใดเหลือบ่ากว่าแรงจะยื่นมือเข้าช่วย  เรื่องนี้เมียของเขาก็รับรู้ดี  คราวหนึ่ง  เอกชัย  เคยโทรมาบอกให้ดาร์กี้ ไปตรวจรักษาที่ศูนย์มะเร็งกรุงเทพ  เอกชัย  จะออกค่าใช้จ่ายให้  แต่ในครอบครัวปรึกษากันแล้ว  น่าจะลองรักษาแบบพื้นบ้านดูก่อน  ดังนั้น  ตั้งแต่วันที่  ๒๐  ตุลาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๕  หมอพื้นบ้านได้ให้ยาสมุนไพรมาต้มดื่ม  และรอดูอาการสักสัปดาห์  ปรากฏว่าเพียงห้าวันเขาก็รู้สึกดีขึ้นมาจึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธา</div>
<div>ทว่า ระหว่างรักษาตัวนั้นดาร์กี้ก็ยังรับงานแสดงอยู่เสมอ  ดังนั้นสุขภาพของเขาจึงไม่อาจฟื้นฟูได้เต็มที่ กระทั่งทรุดหนักลงไป</div>
<div id="_mcePaste">เมื่อครั้งที่ดาร์กี้ยังรักษาตัวแบบพื้นบ้านหมอให้เขาร่วม  ทำวัตรเช้า,  เย็น  กับคนจำนวนมาก  ซึ่งเขาก็ชอบ  เพราะปฏิบัติเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว</div>
<div id="_mcePaste">
<p>หลังสี่คืนแห่งการสลบไสล  พ้นความตายมาได้  เขาได้แต่สะท้อนใจในความไม่เที่ยงของสังขาร  หากตายไปใครจะสืบสาน  สิ่งที่เขาตั้งปณิธานไว้  จะสร้างสานศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านสุรินทร์ให้วัฒนาสืบไป  เกรงจะไม่ได้ทำ…เกรงทำไม่เสร็จ</p>
</div>
<div>งานสังคมที่ดาร์กี้เข้าไปช่วยไม่ว่างานรณณรงค์กับสาธารณสุขจังหวัด  และการท่องเที่ยวฯ  และด้านทรัพยากร  สิ่งแวดล้อม  ก็ทำอย่างสม่ำเสมอ</div>
<div id="_mcePaste">เขายังตั้งจิตอธิษฐาน.. สาธุ  ขอให้ลูกรอดเถอะจะทำเรื่องนี้ให้เสร็จก่อน  จะตายก็ค่อยตายลูกกลัวศิลปะพื้นบ้านแขนงนี้จะเสื่อมและสูญหายหากลุกหายจากโรคร้ายลูกจะขอตั้งสัจจะต่อพระอาจารย์ทุกรูป  เทวดาทุกองค์ ให้คำสาบาน  ๕  ข้อไว้อย่างนี้</div>
<div style="padding-left: 30px;">
<p>๑.  จะสร้างสานศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านให้วัฒนาสืบไป</p>
</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">๒.  จะปฏิรูปจิตวิญญาณศิลปินพื้นบ้าน</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">๓.  จะยังชีพแบบพึ่งพาอาศัยไม่เบียดเบียนใคร</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">๔.  จะบำรุงพระศาสนา  ถือวัตรปฏิบัติเคร่งครัด</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">๕.  จะทำเรื่องสมุนไพร  เพื่อดูแลกันในชุมชนตัวอย่าง</div>
<div>
<p>นี่คือ  ปณิธานของเขา  “ดาร์กี้”  ผู้บุกเบิกจังหวะใหม่ให้กันตรึม  ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง  และเขานั่นแหละคือ  ราชากันตรึมร็อคหรือใครจะเถียง.</p>
</div>
<div>
<h3><strong><span style="text-decoration: underline;">๒.  สายเลือดศิลปินพื้นบ้าน</span></strong></h3>
</div>
<div>การเอื้อนโอดโหนโยนเสียง  เป็นแบบแผนการร้องของเจรียง,   กันตรึม  ไพเราะ  ครึกครื้น  แต่ไม่โลดโผนโฉ่งฉ่าง  ราวกับคนตัดความทุกข์ไม่หมดสิ้น  แม้จะมีความสุขก็ชั่วครู่ชั่วคราว  แต่ความทุกข์นั้นยาวนานนัก  นอกจากบทร้องโบราณ  จะบอกให้รู้ถึงวิถีประเพณีดั้งเดิม  ยังฝากกฎเกณฑ์  พื้นฐานอันศักดิ์สิทธิ์สำหรับปฏิบัติสืบต่อกันมาอีกด้วย</div>
<div>โดยเฉพาะเจรียง  มีคัมภีร์เรียนโดยตรง  คนเจรียงต้องรู้ถึงปรัชญาศาสนา  ต้องรู้พิธีกรรมของชุมชน  ส่วน  กันตรึม มักเล่นเอารื่นเริงเฮฮาในงานสมรส  งานเรียกขวัญ  แต่จะไม่เล่นในงานศพ…  ยกเว้นงานฉลองอัฐิ  อุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ</div>
<div id="_mcePaste">นี่เป็นการสอนขนบธรรมเนียม  ด้วยศิลปะผ่านศิลปินแท้  ๆ</div>
<div id="_mcePaste">
<p>แต่เล็ก  ๆ  ทั้ง  สุทิศ,  สมศักดิ์,  จิระพันธ์,  สมชาย,  แสงดาว,  จิตรา, จิระภา,  สุริยัน,  สมถวิล และสมบัติ  ต่างได้เห็นแม่,  พ่อ  ร้องเจรียง  กันตรึม  และเห็นพ่อ, แม่  จับซอ  จับกลอง  ฉิ่ง  ฉาบ  สอนลูกศิษย์มาแต่น้อยเท่าใหญ่  ฟัง  ฟัง  จนคุ้นเคยเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น  และเมื่อเผลอจับก็แทบจะเล่นเป็นในบัดนั้น  ทั้งกลอนร้องก็ติดหูขึ้นใจ  ท่ารำก็ติดตา  แทบจะวาดแขนไปได้เอง</p>
</div>
<div>เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต  และจิตวิญญาณ  ครอบครัว “คงสุขดี”  อย่างไม่รู้ตัว</div>
<div id="_mcePaste">สำหรับ เด็กชายมับ  หรือสมชาย  ยังได้สัมผัสดนตรีฝรั่งตั้งแต่เรียนอยู่ ป. ๔  หัดตีกลองชุดกับพี่สุทิศ  ซึ่งเป็นคนพิการขาเปลี้ยทั้งสองข้าง  สุทิศ  เป็นศิลปินทางดนตรี  พอ  ๆ กับเป็นนักประดิษฐ์  สมัยนั้นนำโครงกลองชุดเก่ามาหุ้มขึงด้วยถุงใส่ปุ๋ย  กระเดื่องทำจากยางรถตัดและราว  นอกจากนำดนตรีฝรั่งเล่นครั่นกันตรึมของแม่  กระทั่ง  พ.ศ.  ๒๕๒๓ สุทิศได้ประยุกต์เครื่องดนตรีฝรั่งเข้ากับกันตรึมสำเร็จ</div>
<div id="_mcePaste">“มับ”  ได้ช่วยตี  กลองโทน  ฉิ่ง  สลับกับตี  ทอมบ้า  บางครั้ง  อาจได้สีซอด้วย  และยังคั่นรายการด้วยเพลงร่วมสมัยเช่นกัน    ทั้งคืนได้คนละ  ๒๐ &#8211; ๓๐  บาท</div>
<div>
<p>เครื่องดนตรีที่เขาถนัดคือ  ซอ  และขลุ่ย  กลอง</p>
</div>
<div id="_mcePaste">ยังไม่เต็มหนุ่มดี เขาก็ฉายแววยิ่งขึ้น  เมื่อได้ออกงานแสดงกับคณะแม่บ่อย  ๆ  ถึงขั้นต้องทำหน้าที่ผู้ช่วยพระเอกเล่นแทนพระเอกด้วยซ้ำ  ถ้าเขาไม่ร้องคนดูจะหนี  เพราะพระเอกตัวจริง  มัวแต่เมาเหล้า  ยืนหลังเวทีคนดู  ก็จะมารบเร้าให้ออกไปอีก</div>
<div id="_mcePaste">อีกสิ่งหนึ่งที่ซัมซับลึก  ๆ   คือ  วิชาวาทศิลป์  จิตวิทยา  ซึ่งได้มาจากพวกหนังเร่ขายยา  ซึ่งมาพักในโรงแรม  เขาได้ติดสอยห้อยตามตระเวนในเขตอีสานใต้อยู่ราวปีกว่า  จนถึงขั้นฉายหนังได้  พากย์หนังได้  แต่ก็เป็นเสียงแบบเด็ก  ๆ</div>
<div id="_mcePaste">แม้ชีวิตยากลำบาก  หิวและอิ่มเคยรู้จัก  เขาก็ไม่เคยงอมืองอเท้า  เห็นคุณค่าของงานและเงินอยู่ในน้ำเหงื่อและความเหนื่อยยากเข้าแลกเอา</div>
<div id="_mcePaste">มีจัดมวยชกที่ไหนก็ขึ้นเปรียบชกมวยได้ยกละยี่สิบบาท   ยังไว้ลายศิลปินกระทั่งไหว้ครูอ่อนช้อยสวยงาม  จนได้รางวัลมาแล้ว  ชกมวย…ทั้งเหนื่อยเพลียและเจ็บตัว</div>
<div>ไม่ใช่เป็นแค่มวยไทยที่มักจะชกชนะ  เพราะได้ฝึกจากพี่น้องครูมวยดี  สองคนคือ  จักรกฤษ  ส.เทเวศร์ กับปราณี  ส.เทเวศร์  เขายังได้ฝึกเทกวนโดจากครูประพันธ์  สมัยเรียนมัธยมต้นด้วย</div>
<div id="_mcePaste">วัยย่าง  ๑๕  ปีของ  “มับ”  ไม่เพียงเดินตามอาศัยบารมีครูเพลงดั้งเดิมคระของพ่อแม่เท่านั้นยังตั้งคณะกับพี่  ๆ  น้อง  ๆ  เดินสายแสดงล้อมผ้าเก็บเงินคนละ  ๒๐  บาท  บางงานก็ได้เงินบางงานก็ไม่ได้  พาลูกน้องเดินสายไป  ตำน้ำพริกปลาทูกินกับข้าวไป  และเริ่มร้องเพลงในห้องอาหารอีกด้วย</div>
<div>ต่อมา  พี่สุทิศ  ก็เสียชีวิต…  ได้สมศักดิ์  พี่คนรองทำหน้าที่เสมือนผู้จัดการ  และเป็นมือกลอง  กีตาร์  พร้อมกันไป  พี่สะใภ้ก็ช่วยดูความเรียบร้อยเรื่องเสื้อผ้า  อาหาร  พี่สาว  (จิระพันธ์)  และน้องสาว  (จิตรา)  ทั้งร้องนำ  รำ  และช่วยกันคุมหางเครื่อง  ทั้งเครื่องแต่งกายและฝึกท่าเต้นช่วยกันเท่าที่จะทำได้</div>
<div id="_mcePaste">นั่นคือจุดเริ่มต้นของการประยุกต์เข้ากับกันตรึมคณะของแม่  “แม่ประยูรญาติแสงจันทร์”  และการเริ่มต้นหลอมหล่อเป็น ดาร์กี้ ในกาลต่อมา</div>
<div>
<h3><strong><span style="text-decoration: underline;">๓. กำเนิดวง  “กะโปโล”</span></strong></h3>
</div>
<div>แม่ทองพร   นั้นได้ยอมรับนับถือให้เป็นพี่สาวใหญ่  ในฐานะครูเจรียง,  กันตรึม  มีชื่อเสียงมาก่อน พ่อบุญจันทร์  แม่ประยูรญาติ   ก็ถือศักดิ์เป็นน้องตามวัยและคุณวุฒิ  ลูก  ๆ  ก็จับกลุ่มเป็นเพื่อนเล่น  ไปมาหาสู่กันอย่างสม่ำเสมอจนรวมเป็นวงสตริงในชื่อ  “กะโปโล”</div>
<div id="_mcePaste">“เหมา”  ลูกชายของแม่ทองพร  เป็นตัวตั้งตัวตีชักชวนให้ตั้งวงฝึกซ้อมและรับเล่นในงานต่าง   ๆ “น้อย”  พี่ชายของเหมา  ถูกวางตัวให้เล่นกีตาร์คอร์ด  “ปรอย”  กับ   “พงษ์”  ตำแหน่ง  คีย์บอร์ด  “ศักดิ์”  ถูกวางตัวให้เป็นมือกลองชุด  “มับ”  อยู่ตำแหน่งร้องนำ  เพอร์คัชชั่น  และแทนได้เกือบทุกตำแหน่ง  พวกเขาเลือกเล่นเพลงของคาราวาน  คาราบาว และเพลงวงของฝรั่งบ้าง  เช่น  สกอร์เปี้ยน</div>
<div id="_mcePaste">วงกะโปโล  ทำวงไปอย่างกระท่อนกระแท่นตามวิถีแห่งยถา  เวลานั้นสังคมไม่ค่อยยอมรับพวกนักดนตรี  เห็นเป็นพวกว่างงาน  หนวกหู่ชาวบ้าน  มีแต่คนใกล้ชิดเท่านั้นเข้าใจความมุ่งมั่น  และรักศรัทธาพวกเขา</div>
<div>
<p>“วงกะโปโล”  ได้นำเอาเพลงสติงมาเล่นร่วมกับศิลปะพื้นบ้านกันตรึม  ปรากฏการณ์นี้กลายเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่คนไม่เคยเห็น  สมัยนั้นคนชอบเพลงคาราบาว  คาราวาน  ลูกทุ่งดัง  ๆ  กะโปโล  ก็เล่นได้หมด  และยังสามารถเล่นละครสดหน้าเวทีได้</p>
</div>
<div id="_mcePaste">ความสามารถเฉพาะตัวของมับ  กลายเป็นตัวชูโรง  ทั้งเต้นเบรกด๊านช์  และด้นกลอนสดเก่ง  ได้หลายสไตล์  แต่จุดเด่นที่เห็นชัดจริง   ๆ ก็คือ  ตัวดำ  ๆ  นี่เอง  ที่ทำให้ถูกพวกนักจัดรายการเรียกขานว่า  “ดาร์กี้”  ซึ่งน่าจะนำมาจากยี่ห้อยาสีฟัน  ที่ตัวดำเห็นแต่ฟันขาวเหมือนนั่นเอง  คำว่า  “ร็อค”  ต่อท้ายกันตรึม  ก็น่าจะมาจากความฉกาจฉกรรจ์บนหน้าเวที ทั้งร้อง  รำ  เต้น  ถ้าเป็นเพลงซึ้งก็เรียกน้ำตาได้เหมือนกัน  ถ้าเพลงมันก็ถึงขั้นยั่วหัวใจให้คึกคักลุกมาเต้น  เหยียบตีนกันจนได้ตีกันเลยทีเดียว</div>
<div>
<p>จนไปถึงสมัครแข่งขันดนตรีสตริงจัดระดับจังหวัด  แต่ก็แพ้เพียงคะแนนเดียว  ถูกตัดคะแนนแต่งกายไม่สุภาพ  ชื่อวง  “กะโปโล”  ก็บอกอยู่แล้ว…  จะให้แต่งตัวดีได้อย่างไร  อีกอย่างขณะนั้น  ทุกคนก็ได้อิทธิพลจากวงเพื่อชีวิตไม่น้อย   ซึ่งแต่งตัวปอน ๆ  อยู่ด้วย</p>
</div>
<div id="_mcePaste">ขณะนั้น  มีนายทหารติดตามมาดู และได้เข้ามาชักชวนไปเป็นทหารพรานเกือบครบทั้งวง</div>
<div>
<h3><strong><span style="text-decoration: underline;">๔.   เสี้ยวหนึ่ง…นักรบดำ</span></strong></h3>
</div>
<div>ผิดหวังจากชิงชนะเลิศสตริง  ก็มีนายทหารมาชักชวนทั้งวงไปเล่นให้หน่วยทหารพรานตอนนั้น  กำลังผิดหวังจากการประกวด รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม บวกกับเซ็ง  ๆ  จึงคิดว่าถ้าไปเป็น  นักดนตรีทหาร  ได้เงินเดือนด้วย  ได้เล่นดนตรีสวมเครื่อง  ถือปืนเท่ด้วย  น่าจะดีไม่น้อย</div>
<div id="_mcePaste">หารือกันไม่นานก็ได้มติ…  ตกลง  ไปเป็นทหารพราน !</div>
<div id="_mcePaste">แต่สาเหตุสำคัญ  ที่ทำให้พวกเขาตกลงใจไปเป็นทหารพรานหน่วยสันตินิมิตร  น่าจะเป็นข้อแม้ที่นายทหารให้ไว้ว่า</div>
<div id="_mcePaste">“ฝึกแค่ระเบียบแถวเท่านั้น  เล่นดนตรีอย่างเดียว  วันสมัครไม่ต้องไป  ให้ไปรายงานตัวได้เลขที่กรม”</div>
<div id="_mcePaste">แต่เอาเข้าจริง  ๆ  ฝึกเต็มรูปแบบ  แต่เพียงปีเศษเขาก็จำต้องอำลาชีวิตทหารพรานด้วยความเจ็บปวด  ซึ่งก็สร้างความแกร่งให้ดาร์กี้ไปอีกขั้นหนึ่ง</div>
<div>
<h3><strong><span style="text-decoration: underline;">๕.  พักรบ – พบรัก</span></strong></h3>
</div>
<div>สาวน้อยนั่งอยู่เคาน์เตอร์เป็นพนักงานบัญชีอยู่ตรงนั้น  เหลือบมองนักดนตรีเล่นร้องเป็นระยะ  สำหรับคนสุวรรณภูมิ  ร้อยเอ็ด  เช่นเธอ  ฟังไม่ค่อยรู้ความหมายในเพลงพื้นบ้านสุรินทร์  เอาเสียเลย  แม้เขาจะเต้น  จะฟ้อน  อ่อนช้อยยังไง  คนปรบมือให้เกรียวกราว  เธอก็รู้สึกเฉย  ๆ</div>
<div id="_mcePaste">กับเจ้าดำเหมือนตอตะโกคนนี้ดูท่าทางหยิ่ง  ๆ  แต่แม่รวมพร  ล่ะก็ให้ท้ายจนได้ใจนัก  นักร้องคนอื่น  ๆ  ได้ค่าพวงมาลัย  แค่ห้าบาท  แต่ให้เจ้ามืดคนนี้ให้ตั้งสิบบาทต่อพวง  เธอยืนยันจะให้เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน  ถึงเวลาจริง  เจ้ามืดโยนเงินใส่หน้าเธอ  เล่นเอาเธอหน้าเสียวิ่งไปฟ้องกลายกลับว่า  แม่รวมพรยืนยันต้องให้ตามนั้นเพราะดาร์กี้ เป็นนักร้องแม่เหล็กดึงดูดคนเข้าร้านได้เยอะ</div>
<div id="_mcePaste">หมั่นไส้กันมาแต่คืนนั้น  เลิกงานดาร์กี้นับเงินได้  ๑๕๐  บาท  ได้ยินแม่รวมพร  พูดกับสาวแคชเชียร์กระทบมาถึงเขาว่า  อย่ามายุ่งเกี่ยวกับคนอย่างเขา</div>
<div id="_mcePaste">
<p>“แกอย่าไปยุ่งกับมันนะดาร์กี้มันขี้เมาเจ้าชู้”  ทั้ง  ๆ  ที่ตอนนั้น  ยังไม่เคยวุ่นวายเรื่องผู้หญิงเลยจึงนึกเคืองทั้งสองคน  คนหนึ่งด่าไม่รู้จริง  อีกคนหนึ่งก็หยิ่งนัก  นึก  ๆ  อยากลองดี และรอโอกาส  จะสั่งสอนเสียบ้าง…</p>
</div>
<div id="_mcePaste">ระหว่างนั้น  แม่รวมพรทำกิจกรรมพร้อมกันอยู่สองร้าน  อีกร้านอยู่หน้าสถานีตำรวจภูธร  อำเภอเมืองสุรินทร์   เพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งเป็น  ต.ช.ด.  ชอบดื่มเหล้าด้วยกัน  ตั้งใจมาจีบเพื่อนของแคชเชียร์ที่เขาลอบมองอยู่เหมือนกัน</div>
<div>กระทั่งถึงคราวหนึ่ง  แม่รวมพรจัดเลี้ยงให้พนักงานร้านที่ห้วยเสนง  คนลงน้ำเล่นกันอยู่ดี  ๆ  เจ้ากบ  เพื่อนของดาร์กี้ ดันเจ้าหล่อนที่สอดตัวอยู่ในห่วงยางลอยไปอยู่กลางน้ำ  แล้วมันก็ว่ายกลับฝั่งหน้าตาเฉย  แน่ละ… เธอว่ายน้ำไม่เป็นและก็กลัวมาก  ร้องให้คนช่วยเสียงหลง</div>
<div id="_mcePaste">“กี้ ไปเอามา  ๆ”  กองเชียร์บอก  เขาลังเลชั่วครู่  แล้วก็ว่ายน้ำไปนำเข้ามา</div>
<div id="_mcePaste">
<p>ครั้งนี้  เธอจะมองเขาด้วยความรู้สึกดีขึ้นบ้าง…  เขาเชื่อในแววตาคู่นั้น</p>
</div>
<div id="_mcePaste">อีกครั้งหนึ่ง  แม่รวมพร  ใช้ให้ดาร์กี้ไปรับนักร้องหญิงรุ่นพี่มาเล่นที่ร้านหน้าโรงพัก  เธอชื่อ  “สุมาลี” พ้องกับเจ้าหล่อน ดาร์กี้ ดันผ่าไปรับแคชเชียร์สาวชวนไประลึกเหตุที่ห้วยเสนงเสียอีกแขกเต็มร้าน  แคชเชียร์ไม่อยู่  นักร้องดังประจำร้านก็ไม่อยู่  โดดงานไปตอนราวเที่ยงคืนเศษ</div>
<div id="_mcePaste">“อยากให้คุณเป็นเพื่อน…  เป็นทุกอย่างในชีวิต  จะเป็นได้ไหม?”</div>
<div id="_mcePaste">ท่ามกลางเดือนหงาย  พิศดูแล้วเธอก็น่ารักดีนะ  ชักเริ่มอ่อนไหวแล้วสิ  ความที่อยากชนะความหยิ่งของเธอค่อย  ๆ  มลายไป  กลายเป็นความเสน่หามากกว่า  เขาได้เอ่ยบอกอุปนิสัยความเป็นตัวเขาให้เธอฟัง  จนถึงบทสารภาพรักกับเธอ  สิ่งภายในพรั่งพรูออกราวมีคำพูดท่วมท้น  ไม่อาจพูดให้สิ้นความง่าย  ๆ  จนกระทั่งเธอก็โอนอ่อนรับจะคบกับเขาต่อไปเพื่อศึกษาดูใจกันต่อไป</div>
<div id="_mcePaste">ตั้งแต่วันนั้นมา  เริ่มมีของขวัญยื่นให้เธอ  ต้นความรัก  ได้ค่อย ๆ  ผลิใบ  ออกดอก  ผล  และสุกงอม…</div>
<div id="_mcePaste">ทั้งคู่สมรสเมื่อปี  ๒๕๓๓  มีบุตรด้วยกัน  ๔  คน  คือ</div>
<div style="padding-left: 30px;">
<p>๑)  เด็กหญิงณัฐสุดา   อายุ  ๑๒  ปี  เรียนชั้น  ป. ๖  โรงเรียนเมืองสุรินทร์</p>
</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">๒)  เด็กหญิงภัทร์ธีรา  อายุ  ๑๐  ปี  เรียนชั้น  ป. ๔  โรงเรียนเมืองสุรินทร์</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">๓)  เด็กหญิงศิดาทิพย์  อายุ  ๕  ปี  เรียนชั้นอนุบาล  ๒  โรงเรียนเมืองสุรินทร์</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">๔)  เด็กหญิงชิดชนก อายุ  ๑๔  วัน</div>
<div>
<h3><strong><span style="text-decoration: underline;">๖.  เปิดกรุอีสานใต้เบิกทางกันตรึมร็อค</span></strong></h3>
</div>
<div>ลักษณะพิเศษของกันตรึมร็อค  คือ  เครื่องดนตรีฝรั่ง นำจังหวะเพลงตะวันตกมาใช้  แต่ทำนอง,  คำร้อง  เป็นของกันตรึมทั้งหมด  เนื้อหากจะประยุกต์ของดั้งเดิม  มีทั้งเนื้อหาแต่งใหม่แต่ทำนองจังหวะยังยืนทางเก่าไว้อยู่  จะผสมเครื่องดนตรีฝรั่ง  เช่น กลองชุด  เบส  กีต้าร์</div>
<div id="_mcePaste">แต่ของเก่าจะขาดไม่ได้เป็นอันขาด  คือ  “ซอ”  ซึ่งปัจจุบันมีประดิษฐ์จากวัสดุสังเคราะห์ ประเภทพลาสติก  และประกอบเครื่องขยายเสียงไฟฟ้าเข้าไป</div>
<div id="_mcePaste">และที่หาได้ยากเต็มที่ คือ  คนเป่า  “ปี่อ้อ”  เดี๋ยวนี้  แทบนับตัวคนได้</div>
<div id="_mcePaste">และสิ่งที่ต้องเคารพปฏิบัติเหมือนเดิมทุกอย่าง  คือ  การไหว้ครู  ตามพิธีพราหมณ์ที่แม่สอนมา  กันตรึมมีเพลงไหว้ครูอยู่  ต้องระลึกถึงครูบาอาจารย์</div>
<div id="_mcePaste">ชื่อเสียงใน  ๓  จังหวัดอีสานใต้  รู้จักกว้างขวาง  ระยะนี้พี่น้องและญาติสนิท  ต้องแบ่งกันรับงานแสดง</div>
<div id="_mcePaste">
<p>ช่วงนั้น  ทั้งพี่สาว  “จิระพันธ์” และน้องสาว  “จิตรา”  ต้องทำหน้าที่สอนเต้นหางเครื่อง  คัดเลือกเสื้อผ้า  เด็กสาวกว่าจะได้มาเป็นหางเครื่องต้องไปไหว้ขอจากพ่อแม่เขา  อ้อนวอน  และยืนยันรับรองว่าจะดูแลอย่างดี  จะดูแลการเป็นอยู่ในบ้านหลังเดียวกันส่วนใหญ่มาจากกิ่งอำเภอเขวาฯ  และอำเภอศีขรภูมิ</p>
</div>
<div id="_mcePaste">ชุดแรก   คือ  “ดาร์กี้ – ดาวรุ่ง” (คนบุรีรัมย์)  และเขาได้เป็นพระเอกกันตรึมให้ดาวรุ่งมาตลอด</div>
<div id="_mcePaste">ชุดสอง  “ดาร์กี้ – สมหวัง”  ชุดสาม  “ดาร์กี้ – สีนิล”  ชุดที่สี่  “เปิดกรุอีสานใต้”</div>
<div id="_mcePaste">ต่อมา  ไปสังกัดห้างกรุงไทย  ทำอยู่  ๓-๔  ชุด  ต่อมา อัดที่ขอนแก่น  ๓  ชุด  หลังจากนี้จึงไปอัดที่สหโอเชี่ยนชุด  “เบิกจ๊ะ”</div>
<div>
<h3><strong><span style="text-decoration: underline;">๗.  โดดลงจอภาพยนตร์  ละครทีวี</span></strong></h3>
</div>
<div>หลังชุดเปิดกรุอีสานใต้ดังมากในเขตอีสานใต้  “รายการแผ่นดินที่ราบสูง”  ทีวีช่อง  ๕  มา  สอบถามร้านเทปนักร้องคนไหนขายดี  และตามมาสัมภาษณ์ที่บ้านชุมชนกำแพงดิน  เป็นสารดคีเรื่องแรกชื่อ  “จากที่ราบสูง”  สุรสีห์  กำกับ  สุชาติ  ผาธรรม  เขียนบท</div>
<div id="_mcePaste">และถูกทาบทามให้ร่วมแสดงภาพยนต์  ได้แก่  “มนตร์รักแม่น้ำชี”  คือเรื่องแรก  มีผู้แสดง คือ  เฉลิมพล  มาลาคำ,  สมหมายน้อย   ดวงเจริญ  และ ดาร์กี้ เรื่องต่อมา  “เสียงแคนดอกคูน”  มนตร์รักขนมครก” “นักร้องนักเลง  “นักร้องปืนโหด”  “สี่นักเลงบ้านนอก”  มนต์  รักลำน้ำมูล”  “มนต์รักลำน้ำชี  ภาค  ๒“  “หมอลำพ่อลูกอ่อน”  และภาพยนตร์ของ  “พันนา  ฤทธิไกร”  อีกสามเรื่อง  เขายังมีส่วนช่วยวางคิว  ตลก  คิวบู๊  เรื่องล่าสุด  ก็คือ  “ตำนานกระสือ”  ที่บิณฑ์  บรรลือฤทธิ์  กำกับการแสดง</div>
<div id="_mcePaste">ละครโทรทัศน์  อาทิ  “นายฮ้อย  ทมิฬ”  “นางพญาไพร”  ต่อมาคือ เรื่อง “นางนาค”  เป็นต้น</div>
<div>
<h3><strong><span style="text-decoration: underline;">๘.  ด้วยอโหสิ  มิตร  และมาร</span></strong></h3>
</div>
<div>เมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๔๓ ดาร์กี้มีชื่อในขบวนจะไปแสดงศิลปะพื้นบ้านที่รัฐมิชซูรี่ สหรัฐอเมริกา กับสถาบันราชภัฏสุรินทร์  แต่กลับมีเหตุให้ต้องตกรถทัวร์ไปสนามบิน</div>
<div id="_mcePaste">สืบไปสืบมา  จึงรู้ว่ามีคนโทรศัพท์ไปบอกแหล่งทุนว่าดาร์กี้ไม่ใช่นักศึกษา  (ทั้งที่ความจริงเขาเป็นนักศึกษาภาคพิเศษ)  และมีผลงานออกเทปขายแผ่นเสียงอย่างมืออาชีพแล้ว  ไม่ต่างจากสถานภาพศิลปินคนอื่นที่ไปเที่ยวเดียวนั้นเช่นกัน</div>
<div id="_mcePaste">ช่วงนี้  กลับมาอยู่ห้างกรุงไทยผลิตงานออกอีกสองชุดจนหมดสัญญา  ก็เคว้งคว้างอยู่ราวสามปี</div>
<div id="_mcePaste">แต่ก่อนหน้านั้นเขามีโอกาสไปแสดงที่ประเทศญี่ปุ่นประมาณ  พ.ศ.  ๒๕๓๙  ชาตาคิ   ซาไค,  เคนอิชิ  มัทซึชิระ  มาศึกษาชีวิตดาร์กี้เป็นเวลาปีเศษ</div>
<div id="_mcePaste">ในนามเครือข่ายวงดนตรี  จันจันไตฟู  (ไต้ฝุ่น)  ติดต่อมา  พวกนี้เคยนำวงคาราบาว  วงบานเย็น  รากแก่น   ไปเล่น  ปีนั้นเป็นคิวของดาร์กี้ พร้อมคณะรวมอีก  ๑๖  ชีวิต  ไปครั้งนั้นไม่มีค่าจ้าง  ฝ่ายญี่ปุ่นจัดหาค่าเครื่องบิน  ที่พักให้  ใช้เวลาเล่นเกือบครึ่งเดือน  กลับมาได้เงินไทยประมาณ  ๖  หมื่นบาท  แบ่งกันไป  รวม  ๑๖  คน  นับเป็นครั้งแรกที่ไปต่างประเทศ</div>
<div id="_mcePaste">
<p>ตั้งแต่นั้นมาได้ขัดเกลาตัวเอง  เริ่มฉกาจฉกรรจ์ในทางดนตรี  อ่อนอยู่อย่างเดียวคือทางธุรกิจ  ไม่เคยจัดการมันได้เลย  ไม่ละโมบ  ไม่ให้ก็ไม่เอา  ไม่เคยได้เป็นกอบเป็นกำแต่กินเหล้าเลี้ยงพรรคพวกเดือนละเป็นหมื่นประจำ</p>
</div>
<div><strong><span style="text-decoration: underline;">๙.  ปณิธานลูกผู้ชาย  ชื่อ  “ดาร์กี้”</span></strong></div>
<div style="padding-left: 30px;">
<p>๑)       โจ๊ะ   ตรึม   ตรึม  โจ๊ะ  ตรึ้ม   ตรึม                 กลองกันตรึมก้องกังวาน</p>
</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">ส่งเสียงหวานฉิ่งฉับขานประสานซอ        ปี่อ้อเคล้าคลอล้อจำเรียง</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">ร้อยเรียงเพลงพื้นเมือง                       ให้ซึ้ง  ซึมซับ  เฝ้าสดับจินตนา</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">สรอเน๊าะเอ๋ยเปรี๊ยะปะกา                     ให้โหยหาอยู่เนาว์เนือง</div>
<div style="padding-left: 30px;">
<p>๒)      ริ้วรอยยับย่นบนใบหน้า                      ประกายตาฉายฉานบอกเล่าเรื่อง</p>
</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">ปากพร่ำร่ำร้องคำพื้นเมือง          ยักเยื้องกระชากซอโบราณ</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">หยาดเหงื่อย้อยเยิ้มเลียบจอน                 รัวนิ้วงอนพรมพรูรูไสล</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">เบ่งหลอดลมโป่งเป่าไป                      สื่อเสียงให้ได้วิญญาณ</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">เบญจะคน  ดนตรีเฒ่า                        ผมดอกเลา  เฝ้าเล่าขาน</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">มโหรีปี่พื้นบ้าน                               กลอนตำนาน  สานสืบมา</div>
<div style="padding-left: 30px;">
<p>๓)      เริ่มเหนื่อยหอบหนอแรงเฒ่า                 มือสั่นเทา  เหงาหนักหนา</p>
</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">สื่ออ้อยสร้อยสีเสียงชรา                      ห่วงยายตาจะมีใคร  ก่อนร่างมลาย</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">ใครจะเฝ้าประโคมเพลงจองได              กลอนเก่าพื้นเมืองไร้ปู่ย่ายาย</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">สิ้นปู่ไปใครจะสืบทอดตำนาน               ปู่เอ๋ยปู่ผู้รู้กันตรึมเฒ่า</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">ขออาเขมาเจ่าจิตประสิทธิสาน               ศึกษาศาสตร์เสี่ยงปี่อ้อซอโบราณ</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">จึงกัมปนาทกู่ประกาศบังอาจขาน            ให้กึกก้องเกรียงไกรชั่วกัปกาล</div>
<div id="_mcePaste" style="padding-left: 30px;">ถวายแด่ปู่ครูอาจารย์โคตรกันตรึม.</div>
<div>
<p>บทกวีพื้นบ้านกันตรึมข้างต้น  “ดาร์กี้”  ประพันธ์ไว้ประมาณ  พ.ศ.  ๒๕๔๒  และ  อธิบายเพิ่มเติมว่า</p>
</div>
<div id="_mcePaste">กันตรึม  เป็นศาสตร์ยากมาก  ผู้เรียนนอกจากต้องมีเสียงดี  ไหวพริบดีแล้ว  จะต้องมีจินตนาการตามบทกวีเก่าแก่  เพื่อตีความศัพท์ขยายความคำโบราณให้ถูกต้อง จึงจะได้อารมณ์ของพื้นเมืองได้อย่างเข้มขลัง  ทั้งทางดนตรีแต่ละชิ้น  ท่วงทำนองแต่ละเพลงล้วนมาจากมโนจิตของผู้แต่งผู้เรียบเรียงชั้นปรมาจารย์  สืบทอดกันมา  และผู้สืบสานก็จะต้องมีจิตวิทยาบวกกับความเป็นอัจฉริยะในทางกวีพื้นบ้านอย่างแน่นแฟ้น  รวมทั้งต้องเล่นเครื่องดนตรีพื้นบ้านได้เกือบทุกชิ้น</div>
<div id="_mcePaste">จะต้องขวนขวายศึกษากลอนเก่าให้ได้มากเพื่อเก็บเรียบเรียงของเก่าให้ได้มากที่สุด  เมื่อภูมิรู้ทางนี้มากพอสมควรแล้วเราก็จะทบทวนแยกแยะกลอนเป็นกลุ่ม คือกลุ่มกลอนรัก  จะมีเรื่องอกหัก  พลัดพราก  เปรียบเทียบความรักกับธรรมชาติ  กลุ่มกลอนชื่นชม  เปรียบเปรยระหว่างคนกับธรรมชาติ  ความเป็นอยู่  กลอนจำแนกแมกไม้  นานพันธุ์  กลุ่มกลอนยาสมุนไพร,  กลุ่มกลอนสอนหญิงสอนชาย   จนถึงการครองเรือน  พ่อ  แม่  ลูก  ญาติ  กลุ่มกลอน  สอนปฏิบัติต่อผู้ใหญ่  กลอนแสดงวิถีชีวิตชาวบ้าน  กลอนอำลาอาลัย กลุ่มกลอนงานประเพณีพื้นบ้านต่าง  ๆ  จะมีพูดถึงพุทธศาสนา</div>
<div>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>นี่คือภูมิคร่าว ๆ  โดยรวมของศาสตร์กันตรึมพื้นบ้านพอสังเขป</strong></span></p>
</div>
<div id="_mcePaste">
<h3><span style="text-decoration: underline;"><strong>“เอกชัย  ศรีวิชัยใจตรงกับผมคือให้ผมรักษาศิลปะพื้นบ้านสุรินทร์อีสานใต้ เหมือนที่แกทำเรื่องมโนราห์” ดาร์กี้บอก</strong></span></h3>
</div>
<div id="_mcePaste">
<h3><span style="text-decoration: underline;"><strong>ส่วน  เฉลิมพล  เดี๋ยวนี้ย้ายไปอยู่อุบลฯ  ก็พูด  ทำนองเดียวกัน  “มึงต้องดูแลทางนี้  กูจะไปทางหมอลำ”</strong></span></h3>
</div>
<div id="_mcePaste">
<h3><span style="text-decoration: underline;"><strong>รวมถึง  แม่ประยูร  ลำตัด  พ่อไวพจน์  เพชรสุพรรณ  ก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน  คือให้ดาร์กี้ทำเรื่องสืบสานศิลปะพื้นบ้าน</strong></span></h3>
</div>
<div id="_mcePaste">
<h3><span style="text-decoration: underline;"><strong>บัดนี้  ไร้ร่างเขาแล้ว  เหลือเพียงตำนานดาร์กี้กันตรึมร็อค  แล้วใครจะสานสร้างต่อกันเล่า..</strong></span>.</h3>
</div>
</div>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/08/24/%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%94%e0%b8%b5/" target="_blank"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-facebook-plugin/facebook_share_icon.gif" alt="Share on Facebook" title="Share on Facebook" /></a><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://surin108.com/web/blog/2010/08/24/%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%94%e0%b8%b5/" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p><p><a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save"><img src="http://surin108.com/web/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_171_16.png" width="171" height="16" alt="Share/Bookmark"/></a> </p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://surin108.com/web/blog/2010/08/24/%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%94%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
