นางสาวบุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า ปราสาทภูมิโปน เป็นปราสาทหินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 ศิลปะแบบไพรเกมร ประกอบด้วยโบราณสถาน 4 หลัง คือ ปราสาทอิฐหลังที่ 1 อยู่ทางด้านเหนือสุด มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมไม่ย่อมุม เหลือเพียงฐานกรอบประตูทางเข้า และผนังบางส่วน ปราสาทอิฐหลังที่ 2 อยู่ต่อจากปราสาทหินหลังแรกมาทางใต้ ปัจจุบันเหลือเพียงฐานและกรอบประตูทราย
ปราสาทอิฐหลังที่ 3 หรือปรางค์ประธานเป็นปราสาทหลังใหญ่ก่อด้วยอิฐไม่สอปูน แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสไม่ย่อมุม มีบันไดและประตูทางเข้าทางทิศตะวันออก อีกสามด้านเป็นประตูหลอก เสาประดับ กรอบประตู และทับหลังทำด้วยหินทราย ใต้หน้าบันเหนือทับหลังขึ้นไปเป็นลายรูปใบไม้ม้วน รูปแบบและเทคนิคการก่อสร้าง เทียบได้กับปราสาทขอมสมัยก่อนพระนครร่วมสมัยกับปราสาทหลังที่ 1 ได้พบจารึกเป็นภาษาสันสกฤตด้วย อักษรปัสสวะ ซึ่งเคยใช้เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 12-13 ซึ่งสอดคล้องกับอายุของรูปแบบศิลปะของปราสาท นับเป็นปราสาทแบบศิลปะเขมรที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย และปราสาทอิฐหลังที่ 4 อยู่ต่อจากปราสาทประธานมาทางใต้ ปัจจุบันเหลือเพียงฐานเท่านั้น
ณ ที่แห่งนี้มีตำนานการก่อสร้างกล่าวถึง กษัตริย์ขอมองค์หนึ่งได้สร้างเมืองลับไว้กลางป่า ชื่อว่าปราสาทภูมิโปน ต่อมาเมื่อเมืองหลวงเกิดความไม่สงบมีข้าศึกมาประชิตเมือง กษัตริย์ขอมจึงส่งพระราชธิดาพร้อมไพร่พลจำนวนหนึ่งมาหลบซ่อนลี้ภัยที่ภูมิโปนพระราชธิดานั้นมีพระนามว่า พระนางศรีจันทร์ หรือ เนียง ด็อฮฺ ธม แต่คนทั่วไปมักเรียกนางว่า พระนางนมใหญ่ แต่ด้วยกิตติศัพท์ความงามของนางเป็นที่โจษขานไปทั่ว
จึงเป็นที่หมายปองของพระราชาเมืองต่างๆ ที่ต้องการพระนางมาเป็นพระชายา แต่แล้วก็มีชายหนุ่มเพียง 2 คน คือเจ้าชายโฮลมา แห่งเมืองโฮลมา และนายบุญจันทร์ ทหารคนสนิท ที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดและสร้างสายสัมพันธ์กับพระนาง สุดท้ายแล้วพระนางศรีจันทร์ จะเลือกชายใดเป็นสามี และปริศนาของต้นลำเจียกที่ไม่เคยออกดอก จนเกิดเป็นตำนานปราสาทภูมิโปน “เนียง ด็อฮฺ ธม” ที่เล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
Share on Facebook
ขอเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับปราสาทภูมิโปนอีกสักเล็กน้อยครับ
ปราสาทภูมิโปนตั้งอยู่ในชุมชนเมืองโบราณ มีคูเมือง กำแพงเมืองล้อมรอบ มีสระน้ำโบราณขนาดใหญ่มีร่องรอยทับซ้อนกันอยู่หลายสระทางด้านหน้าปราสาท มีคูเมือง และกำแพงเมืองชั้นใน
ปราสาทมีศิลปแบบไพรเกมง อ่าว่า ไพร-กะ-เมง ครับ ไมใช่ ศิลปไพรเกมร
ปราสาทหลังที่ 1 และที่ 3 สร้างสมัยพุทธศตวรรษที่ 13 (พ.ศ. 1201-1300) ครับ ไม่ใช่ พศว.12 เพราะถ้าเป็นสมัย พศว.ที่ 12 นั้น จะตรงกับ สมัยพนมดา
ส่วนปราสาทหลังที่ 2 กับ 4 นั้นสร้างในสมัยหลังๆ
ตำนานเนียงด็อฮทม หรือพระนางนมใหญ่ นั้น เป็นตำนานที่เล่าเสริมเติมแต่ง ปนเปด้วยอิทธิฤทธิ์ ควรคงไว้ให้ตำนานเป็นตำนานที่บริสุทธิ์ เป็นตำนานที่กล่าวถึงสตรีที่เป็นผู้ครองเมือง ซึ่งสตรีเป็นที่ยอมรับในยุคของเขมรโบราณ แต่การที่นำอวัยวะของสตรีมากล่าวขานโดยเฉพาะเป็นเจ้าเมือง นับว่าเป็นเรื่องประหลาด พระนางอยู่ในราชวงศ์โสมา ซึ่งแปลว่าวงศ์พระจันทร์ นางก็ชื่อศรีจันทร์ ทหารคนสนิทก็ชื่อบุญจันทร์ นางพี่เลี้ยงก็ชื่อจันทร์ศรี
เจ้าชายเมืองโฮลมา ก็มีฤทธิ์มากกำบังตนดำดินได้ แต่ตัวดำผมหยิก รักนางมากๆๆ
แต่ในที่สุดก็แห้ว ทั้งทหารคนสนิท และ เจ้าชายเมืองโฮลมา
ตาอยู่เอาไปกิน คือเจ้าเมืองแห่งนครพรานไพร แต่เกือบยิงถูกนางตาย แค่เฉียดนมไปหน่อยเท่านั้น และก็อ้อนวอนชวนนางไปจากภูมิโปน
นางจึงอธิษฐานว่าถ้านางได้กลับมา ให้ต้นลำเจียกมีดอก
แต่ปัจจุบันเราเคยเห็นดอกลำเจียกกันรึเปล่าครับ
บรืสุทธิ์จริงๆครับ Action – Drama
อ่ะน่ะ
อยู่ใกล้บ้านเเท้ๆ
เเต่ไม่ยักจะรู้ว่า
มีที่น่าเที่ยวอย่างนี้ด้วย
ว่างๆคงต้องไปมั่งเเล้วล่ะ0.0
i’m there for 20 year, now i’m surin city.i’ll back!soon.
Advertisement
สนใจโฆษณาติดต่อ 086-6482524 สุเทพ
Tweet เครือข่ายรวมพลังปกป้องแผ่นดินอีสานใต้และประชาชนเมืองช้างรวมตัวตัดคอ-เผาหุ่นสาปแช่ง...
Tweet เด็กอาชีวะสุรินทร์ ระดับ ปวช.และ...
Tweet เกิดเหตุเพลิงไหม้ สวนอาหารชายน้ำ...
Tweet สุรินทร์ – จนท.ด่านกักกันสัตว์-ปศุสัตว์-สาธารณ...
Tweet ภาพ/ข่าวจาก ศูนย์ข่าว surinnews.com เมื่อวันที่...