กรมศิลปากร ระดมเจ้าหน้าที่-เครื่องจักรกลพร้อมกำลังคน เร่งขุดสำรวจพื้นที่ “ปราสาทหินจอมพระ” อ.จอมพระ เมืองช้างอายุกว่า 800 ปี แหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดีสำคัญอีกแห่งของไทย เพื่อศึกษาเก็บหลักฐานทางประวัติศาสตร์พร้อมเตรียมบูรณะให้เป็นปราสาทหินศิลาแลงสมบูรณ์สวยงามมั่นคง เผยเป็นปราสาท “อโรคยาศาล” โบราณ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีถึง 6 แห่งในจ.สุรินทร์
6 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรจากสำนักศิลปากร ที่ 12 อ.พิมาย จ.นครราชสีมา และนักโบราณคดี รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ได้นำเครื่องจักรกล อุปกรณ์เครื่องมือพร้อมกำลังคน เข้าทำการขุดสำรวจพื้นที่ภายในปราสาทหินจอมพระ และพื้นที่ โดยรอบปราสาทหินจอมพระ ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดป่าปราสาทจอมพระ หมู่ที่ 4 ต.จอมพระ อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ การขุดพื้นที่ภายในและโดยรอบ พื้นที่ปราสาทหินจอมพระมีความลึกประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อนำหินศิลาแลงที่ฝังอยู่ใต้ดินจำนวนมากขึ้นมาลงหมายเลขกำกับไว้เป็นหลักฐาน
ล่าสุดจากการขุดพื้นดิน ใกล้กับตัวปราสาทหินจอมพระ ห่างจากปราสาทหิน 5 เมตร ด้านทิศเหนือเยื้องไปทางทิศตะวันออกของปราสาทหินจอมพระ พบมีบ่อน้ำความกว้างประมาณ 10 เมตร ยาวประมาณ 15 เมตร ความลึกประมาณ 3 เมตร โดยรอบของสระน้ำ ถูกวางเรียงด้วยหินศิลาแลงลึกลงไปถึงก้นบ่อ
เจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 12 นักโบราณคดีควบการขุดสำรวจ พื้นที่ปราสาทจอมหินจอมพระ เปิดเผยว่า กรมศิลปากรได้มอบให้สำนักศิลปากร ที่ 12 อ.พิมาย จ.นครราชสีมา นำเครื่องจักรกล และกำลังคน เข้าขุดสำรวจ พื้นที่ทั้งภายในและรอบปราสาทหินจอมพระ พร้อมทำหลักฐานก้อนหินศิลาแลง ที่ขุดพบทุกก้อนเพื่อทำการบูรณะต่อไป โดยใช้งบประมาณขุดสำรวจ และศึกษา ประมาณ 1 ล้านบาทซึ่งได้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ ปลาย พ.ย. 2552 ที่ผ่านมา คาดว่าอีกประมาณ 1 เดือน การขุดสำรวจและทำหลักฐานต่างๆเกี่ยวกับวัตถุที่สำคัญของการขุดพบน่าจะเสร็จสิ้น และนำเสนอไปยังกรมศิลปากร เพื่อทำการบูรณะให้ปราสาทหินจอมพระ อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์สวยงามมั่นคงต่อไป
สำหรับปราสาทหินจอมพระ ขณะนี้อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมมาก คงเหลือโครงปราสาทหินองค์ประธาน และซุ้มประตูโคปุระ ทางเข้าด้านทิศตะวันออก ที่เป็นหินศิลาแลง เพียงบางส่วนเท่านั้น หินศิลาแลง ที่ใช้ก่อสร้างได้พังทลายลงบนพื้นดิน และถูกดินทับถมเป็นจำนวนมาก จนต้องทำการขุดค้นขึ้นมาเพื่อสำรวจศึกษาและบูรณะในครั้งนี้
อ.บุญเรือง คัชมาย์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเขมรศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เปิดเผยว่า ปราสาทหินจอมพระแห่งนี้ มีอายุราว 800 ปี ประวัติทางโบราณคดี กล่าวไว้ตามหลักฐานว่า ปราสาทหินจอมพระ คือ อโรคยาศาล ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายของราชอาณาจักรเขมร ทรงสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1724-1763 ให้อยู่ภายใต้ พระพุทธเจ้าผู้ทรงการแพทย์ คือ พระการเภสัชยคุรุไวฑูรยประภา ผู้ประทานความสุขเกษม และความไม่มีโรคให้กับประชาชน
“ส่วนปราสาทในรูปแบบเดียวกันและสร้างในยุคเดียวกันนี้ ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ มีถึง 6 แห่ง คือ ปราสาทจอมพระ , ปราสาท ,บ้านเฉนียง , ปราสาทสนม ,ปราสาทช่างปี่และปราสาทหมื่นไวย ซึ่งปราสาทเหล่านี้ทรุดโทรมลงไปมาก แต่อย่างไรก็ตามปราสาทเหล่านี้เป็นอโรคยาศาล หรือโรงพยาบาล ซึ่งมีหลักฐานเป็นศิลาจารึกไว้เป็นหลักฐานที่ชัดเจน และมีการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในขณะนี้” อ.บุญเรือง กล่าว
ชมภาพ /ข่าว เพิ่มเติม
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000001218
กรมศิลป์ เร่งสำรวจ ปราสาทหินจอมพระ ที่ สุรินทร์ อายุกว่า 800ปี




























One Comment
ตามที่ อ.บุญเรือง กล่าวว่า อโรคยาศาลในจังสุรินทร์ มี ทั้งหมด 6 แห่งนั้น จากหนังสือทำเนียบโบราณสถานขอมในประเทศไทย เล่ม 3 จังหวัดสุรินทร์ ของกองโบราณคดี กรมศิลปากร กล่าวว่ามีเพียง 4 แห่งเท่านั้น คือ
1. ปราสาทจอมพระ อ.จอมพระ
2. ปราสาทตาเมือนโค๊ด อ.พนมดงรัก
3. ปราสาทช่างปี่ อ.ศีขรภูมิ
4. ปราสาทหมื่นชัย(มีชัย) อ.สังขะ
สำหรับปราสาทบ้านเฉนียง และปราสาทสนม นั้น ปัจจุบันได้สร้างโบสถ์ครอบลงนะที่เป็นปราสาทเดิม นั้น หนังสือไม่ได้กล่าวว่าเป็นอโรคยาศาล แต่กล่าวว่า ที่ปราสาทบ้านเฉนียง มีสระน้ำกรุด้วยศิลาแลง สร้างในสมัยสุริยวรมันที่ 1 (รุ่นเดียวกับปราสาทพระวิหาร) ส่วนปราวาทสนม ไม่สามารถวิจัยได้เนื่องจากทางวัดได้สร้างโบสถ์ทับปราสาทเดิม
ไม่รู้คิดยังไงถึงสร้างทับปราสาทเดิม บริเวณอื่นๆในวัดก็กว้างขวาง นีคือการทำลายหลักฐานทางประวัติศาสต์อย่างโจ่งแจ้ง แต่คนอาจไม่นึกถึง ครับ