สภา มรภ.สุรินทร์ชุดใหม่เล็งโละ’อัจฉรา-พวก’หลังทิ้งทวนตั้งตัวเองเป็น ผอ.ศูนย์ทรัพย์สินฯ หวังสืบทอดอำนาจ

โล๊ะ

ความคืบหน้ากรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่ง คสช. ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา บังคับใช้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สุรินทร์ และมรภ.ชัยภูมิ เป็นล็อตแรก โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ออกคำสั่ง ศธ. ที่ สกอ. 497/2559 และ 498/2559 เรื่องให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภา กรรมการสภา อธิการบดีหรือรักษาการอธิการบดี และรองอธิการบดีในปัจจุบัน ทั้ง 2 มหาวิทยาลัย พ้นจากตำแหน่ง และได้แต่งตั้งคณะบุคคลเข้าไปปฏิบัติหน้าที่แทนทั้ง 2 แห่งแล้ว โดยนายถนอม อินทรกำเนิด ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการสภา มรภ.สุรินทร์ และนายจรูญ ถาวรจักร ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี มรภ.สุรินทร์ และแต่งตั้งนายเชิดชัย โชครัตนชัย ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการสภา มรภ.ชัยภูมิ และนายเฉลย ภูมิพันธุ์ ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี มรภ.ชัยภูมิ พร้อมทั้งให้โอนบัญชีและทรัพย์สินให้อธิการบดีคนใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันหลังคำสั่งมีผลบังคับใช้นั้น

13728949_1069839593109763_4827148939170968981_n

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม นพ.สรนิต ศิลธรรม รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่กรรมการสภา มรภ.สุรินทร์ กล่าวว่า คณะบุคคลผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสภา มรภ.สุรินทร์ได้ตรวจสอบข้อมูลภายใน มรภ.สุรินทร์ เบื้องต้นพบว่านางอัจฉรา ภาณุรัตน์ อดีตรักษาการอธิการบดี มรภ.สุรินทร์ ออกคำสั่งตั้งตนเองและพวกเป็นเจ้าหน้าที่ชุดต่างๆ ใน มรภ.สุรินทร์ ดังนี้ ผู้เชี่ยวชาญประจำศูนย์มาตรฐานการศึกษา หัวหน้าฝ่ายพัฒนาองค์กร ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งวิทยาเขตบนพื้นที่นอกมหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม และที่ปรึกษาส่วนกายภาพและสิ่งแวดล้อม และได้แต่งตั้งตัวเองเป็นผู้อำนวยการศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญา โดยนางอัจฉราออกคำสั่งแต่งตั้งตัวเองและพวกในวันที่ 14 กรกฎาคม ขณะที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะบุคคลผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสภา และผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนอธิการบดี ซึ่งจะส่งผลให้นางอัจฉราต้องพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 15 กรกฎาคม หลังจากที่หัวหน้า คสช.ออกคำสั่ง คสช. ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษาและได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม

“การกระทำดังกล่าวเสมือนเป็นการออกคำสั่งทิ้งทวน จงใจสืบทอดอำนาจให้ตนเองและพวกยังมีบทบาทอยู่ในมหาวิทยาลัย โดยใช้ช่องว่างระยะเวลาที่ยังปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีแต่งตั้งตนเอง ถือว่าไม่มีมารยาทอย่างแรงและไม่ควรทำ โดยผมได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ พล.อ.ดาว์พงษ์รับทราบแล้ว ซึ่ง พล.อ.ดาว์พงษ์ก็สั่งการให้เร่งเข้าไปแก้ไข อย่างไรก็ตามแม้นางอัจฉราจะแต่งตั้งตนเองและพวกให้เป็นเจ้าหน้าที่ในชุดต่างๆ เมื่อปฏิบัติหน้าที่สภา มรภ.สุรินทร์ เข้าไปตรวจสอบแล้วพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องก็สามารถสั่งให้พ้นจากตำแหน่งได้ทุกหน้าที่” นายสรนิตกล่าว

และว่า จากนี้คณะบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่แทนสภา และอธิการบดี มรภ.สุรินทร์ จะเข้าไปดูปัญหาที่เกิดขึ้นว่ามีเรื่องอะไรบ้าง มีการดำเนินการตามข้อบังคับใดที่ผิดพลาด เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขให้มหาวิทยาลัยสามารถจัดการศึกษาได้อย่างเป็นปกติ โดย พล.อ.ดาว์พงษ์นัดคณะบุคคลปฏิบัติหน้าที่แทนสภา มรภ.สุรินทร์ และ มรภ.ชัยภูมิ เพื่อหารือร่วมกันในเบื้องต้นวันที่ 25 กรกฎาคม

นพ.สรนิตกล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจสอบมหาวิทยาลัยที่เข้าข่ายมีปัญหาธรรมาภิบาล รวมถึงที่มีปัญหารับนักศึกษาเกินกว่าที่รายงานสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รับทราบซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรฐานหลักสูตรอีกเกือบ 20 แห่งนั้น สกอ.เฝ้าจับตาอยู่ ซึ่งมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาทุกรูปแบบจะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกัน คือ หากจัดการศึกษาไม่เป็นไปตามมาตรฐานอุดมศึกษา หรือมาตรฐานหลักสูตร จนอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นิสิต นักศึกษา ระบบการศึกษา สังคม หรือประเทศชาติ จงใจหลีกเลี่ยง หรือประวิงการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับของสถาบันอุดมศึกษา หรือคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ที่สั่งการตามคำสั่งนี้ หรือตามกฎหมาย นายกสภา กรรมการสภา หรือผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งภายในสถาบันอุดมศึกษา จนสภาหรือสถาบันอุดมศึกษาไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ และ กกอ.เห็นว่ามีปัญหา ก็สามารถส่งคณะทำงานเข้าไปตรวจสอบได้

 

นายเชิดชัย โชครัตนชัย ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการสภา มรภ.ชัยภูมิ กล่าวว่า คำสั่งแต่งตั้งปฏิบัติหน้าที่แทนสภา มรภ.ชัยภูมิ จะมีผลวันที่ 21 กรกฎาคม ดังนั้นระหว่างนี้ตนและคณะบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งคงไม่สามารถเข้าไปดำเนินการอะไรได้ ซึ่งตามขั้นตอน สภาจะต้องประชุมและมีมติแต่งตั้งปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีก่อน จึงจะเข้าไปดำเนินการได้ อย่างไรก็ตามมีการนัดหารือถึงการดำเนินการในวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ สกอ. และคาดว่าจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบ มรภ.ชัยภูมิในวันดังกล่าวด้วย

 

นายอดิศร เนาวนนท์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มรภ.นครราชสีมา กล่าวว่า เห็นด้วยในหลักการที่ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ปัญหามหาวิทยาลัย และคิดว่าเป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้นเท่านั้น สิ่งที่ไม่เห็นด้วยคือกรณีที่คำสั่งรวมศูนย์อำนาจไว้ที่รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ให้สามารถเข้าไปดำเนินการกับมหาวิทยาลัยทุกแห่งได้ ตามคำแนะนำของ กกอ.ทั้งที่ความจริงแล้ว แนวทางแก้ปัญหาระยะแรก ควรใช้มาตรา 44 โดยระบุชื่อมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาไปในครั้งเดียวเลย ซึ่งเชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการ ศธ. มีรายชื่อทั้งหมดอยู่ในมือแล้ว จากนั้นค่อยกำหนดแนวทางแก้ปัญหาระยะยาวในภาพรวม ไม่ใช่กำหนดแค่ 2 แห่งแล้วให้อำนาจมารวมศูนย์ไว้ที่รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เพื่อดำเนินการกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ

 

“มหาวิทยาลัยที่มีปัญหาธรรมาภิบาล ไม่ได้มีแค่ 2 แห่ง ยังมีอีกหลายที่ อาทิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ที่ตอนนี้การสรรหานายกสภา และอธิการบดียังไม่เรียบร้อย มหาวิทยาลัยบูรพา (มบ.) ก็มีปัญหามานาน ยังไม่รวมมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาเรื่องการบริหารหลักสูตร จัดการเรียนการสอนไม่มีคุณภาพ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนอีกจำนวนหนึ่ง อีกประเด็นที่เป็นเรื่องท้าทายคือ เมื่อ กกอ.ตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนไปบริหารมหาวิทยาลัยเหล่านี้ แล้ว จะทำอย่างไรให้มหาวิทยาลัยกลับมาบริหารงานเข้าลู่อย่างเป็นปกติได้อย่างสมบูรณ์” นายอดิศรกล่าว

 

ที่มา : มติชน ออนไลน์

loading...

Related posts:

Share

About the author

admin

เป็นชายหนุ่มผู้หลงไหล ในกำพืดตัวเองจนแยกไม่ออก...จนทำให้เกิดเว็บเพจนี้มา เป็นคนรู้น้อย และพูดน้อย แต่เขียนหนัก ... หนักไปในทางเขียนผิด ... สถานะตกงาน ไม่มีรายได้ เป็นหลักแหล่ง อาศัยขอเขากินเอา ทำงานรับเงินเดือนสองหมื่นกว่าบาทเมื่อ สิบปีที่แล้ว แต่ลาออกเพื่อมาอยู่บ้านเพียงแค่รู้สึกว่า รกเราได้ฝังอยู่ที่นี่ ดินแดนที่เรียกว่า "สุรินทร์" ติดต่อรีวิว โฆษณาสินค้า ทำข่าวเปิดตัวสินค้า ที่ 088 0234 255 , Line ID; doktup