จังหวัดสุรินทร์จัดประเพณีบวชนาคแห่ด้วยขบวนช้างกว่า 60 เชือกซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ที่ชาวสุรินทร์นับถือพุทธศาสนาถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมายาวนาน



13221454_1347842538575544_5445436451918522710_n

วันนี้( 19 พ.ค. 2559 ) ที่ศูนย์คชศึกษาหมู่บ้านช้างบ้านตากลาง ต. กระโพ อ. ท่าตูม จ. สุรินทร์ นายธัชชัย สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดขบวนแห่นาคช้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งใช้ช้างร่วมในขบวนกว่า 60 เชือก ทั้งนี้จังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นจังหวัดท่องเที่ยว นอกจากจะมีงานแสดงของช้างซึ่งถือว่าเป็นงานประจำปีระดับชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยและจังหวัดสุรินทร์แล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โบราณสถาน ประวัติศาสตร์ หัตถกรรม ประเพณี และวัฒนธรรมมากมายที่ชักจูงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้เดินทางมาเยี่ยมชมจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นดินแดนแห่งอารยะธรรมขอมที่อุดมไปด้วยวัฒนธรรมประเพณีอันหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์เขมร ลาว กวย ที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืนจนกลายมาเป็นวิถีสุรินทร์ในปัจจุบัน นอกจากนี้ สุรินทร์ยังเป็นแหล่งที่มีการเลี้ยงช้างมากที่สุดในโลก จนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในนาม “เมืองช้าง” และจากความโดดเด่นดังกล่าว ได้นำมาสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวภายในจังหวัดอย่างต่อเนื่องมายาวนาน





13245375_1347842591908872_2277089715804120823_n

“ประเพณีบวชนาคแห่ช้าง” เป็นประเพณีเก่าแก่ที่ชาวสุรินทร์ทั้งเขมร ลาว กวย ที่นับถือพุทธศาสนาถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมา เมื่อลูกชายอายุ ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ก่อนที่จะมีเหย้ามีเรือน พ่อแม่ต้องจัดการบวชให้ลูกชายเพื่อศึกษาธรรมวินัยเสียก่อน การบวชของหนุ่มชาวกวย ถือเป็นงานยิ่งใหญ่ของครอบครัวและชุมชน เพราะเมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี เนื่องจากมีความเชื่อว่าวันเพ็ญเดือนหก เป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ผู้ได้มาบูชาด้วยการปฏิบัติตาม ถือว่าได้เห็นพระพุทธเจ้า ชายชาวกวยที่อายุครบบวช จะนัดกันไปบวชที่ วัดแจ้งสว่าง บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม ในเวลาเดียวกัน และก่อนวันบวชหนึ่งวัน นาคของแต่ละหมู่บ้านจะจัดขบวนแห่ที่มีช้างร่วมขบวนเป็นจำนวนมาก โดยเชื่อว่าการบวชนี้ถ้าจะให้ได้ชื่อเสียงหรือได้บุญมากจะต้องนั่งช้างแล้วแห่ไปเป็นระยะทางไกล ๆ และมีผู้คนร่วมขบวนแห่นาคเป็นจำนวนมาก แห่มารวมกันที่บริเวณวังทะลุ ริมแม่น้ำมูล เพื่อทำพิธีเซ่นศาลปู่ตาและขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านนับถือ พร้อมประกอบพิธีอุปสมบทบริเวณ “ดอนบวช” ซึ่งเป็นเนินดินกลางแม่น้ำที่เกิดจากการที่น้ำจากลำน้ำชีไหลมาบรรจบกับแม่น้ำมูล ทำให้เกิดวังน้ำวนและเนินดินกลางแม่น้ำ ชาวบ้านเรียกกันว่า “สิมน้ำ” และเรียกติดปากว่า “ดอนบวช” จนกระทั่งปัจจุบัน

จังหวัดสุรินทร์เห็นว่า ประเพณีดังกล่าวสมควรได้รับการอนุรักษ์ฟื้นฟูและส่งเสริมให้เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมประเพณีที่ยิ่งใหญ่และมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเฉพาะตัว สามารถสื่อให้เห็นว่าเป็นถิ่นที่มีช้างเลี้ยงมากที่สุดในโลก จึงได้ร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ อำเภอท่าตูม สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลกระโพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดงานประเพณีบวชนาคช้างขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในกิจกรรมก่อให้เกิดความรักและความภาคภูมิใจรวมทั้งสร้างแรงกระตุ้นให้ชุมชนช่วยกันรักษาคุณค่าของวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

 


////////////////////
ประนนท์ ไม้หอม / ส.ปชส.สุรินทร์/รายงาน

loading...

Related posts:

Share

About the author

admin

เป็นชายหนุ่มผู้หลงไหล ในกำพืดตัวเองจนแยกไม่ออก...จนทำให้เกิดเว็บเพจนี้มา เป็นคนรู้น้อย และพูดน้อย แต่เขียนหนัก ... หนักไปในทางเขียนผิด ... สถานะตกงาน ไม่มีรายได้ เป็นหลักแหล่ง อาศัยขอเขากินเอา ทำงานรับเงินเดือนสองหมื่นกว่าบาทเมื่อ สิบปีที่แล้ว แต่ลาออกเพื่อมาอยู่บ้านเพียงแค่รู้สึกว่า รกเราได้ฝังอยู่ที่นี่ ดินแดนที่เรียกว่า "สุรินทร์" ติดต่อรีวิว โฆษณาสินค้า ทำข่าวเปิดตัวสินค้า ที่ 088 0234 255 , Line ID; doktup