ขม๊อยยจ ตาบึ๊ ไงแซนโฎนตา (๓ จบ)

แซนโดนตาปีนั้น ล่วงเลยเวลาจากวันนั้นถึงวันนี้เกือบห้าสิบปี ที่บ้านตาจัดสำหรับ เครื่องเซ่นไหว้ โดยเตรียมเสื่อหวาย ปูบนพื้น ที่ยกสูงด้านหน้าห้องนอน ด้านทิศเหนือ ปูฟูกที่นอนขนาดกว้าง๕๐เซนต์ใหม่สองที่ วางหมอนใบใหญ่เคียงกันสองใบ ด้านบน ปูทับด้วยผ้าขาว ถัดลงมาก็เป็นเครื่องเซ่นไหว้ มีหมู เป็ด ไก่ ปลา เครื่องในต้ม-ย่าง แกง ข้าวต้ม(อันซอม) ทั้งอันซอมโดง(ข้าวต้มใบมะพร้าว)และข้าวต้มหมู(อันซอมสะยส์จรูก) ขนมพื้นบ้านต่างๆ อาทิ นางเล็ด กันตางราง ขนมมุก ขนมโชก(ขนมฝักบัว)และผลไม้ตามฤดูกาล กล้วย ส้ม ฯลฯ เหล้า ยาสูบ น้ำหวาน เสื้อผ้า เครื่องประดับ สร้อย แหวน เงิน ทอง มากน้อยก็แล้วแต่กำลังและฐานานุรูปลูกหลานที่พอหาได้ ไม่มีหรอกที่จะไม่เซ่นไหว้กัน เพราะเกรงกลัวผีปู่ ย่า ตายาย ญาติพี่น้อง บรรพชนและสัมภเวสีจะโกรธจะสาบแช่งเอา

10329124_1159142150781689_5447314761777865389_n

โมเวย โฎนตา โนวอีนา อีนา อันเจิน โมโฮป โมปะซา โกนเรียบจัด ตุ กี เบิก ออยโม ปรำตะน้อบไง เฮยเกอะ อันเจิน โมปะซา มะโฮป ซันลอ บาย โฮป จะนำ กำเป๊ะ กำเปียง ออย บอร โบร โมปีโรง ปีเรียม ปีเปียม ตันลีย์ ปีเกาะ รำเปย ตันลี บูน มุ ฮันลวง รำปุ๊ ปำปวง กัดเกด ปีทะมอ แนท ตึกดัดย์ ระไซร์ …..หมายถึงการเรียกหาญาตพี่น้อง ปู่ย่าตายาย บรรพชนผู้ล่วงลับ ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ใกล้ ไกล อย่างไร ตลอดจนผีผู่ร่อนเร่พเนจร สัมภเวสี ให้มารับเครื่องเซ่นไหว้ มาดื่ม มากิน อาบน้ำ อาบท่า เปลี่ยนเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย

 

การแซนโฎนตาที่ถูกต้องจะไม่มีการเรียกชื่อบรรพบุรุษ ให้เรียกชื่อว่า ปู่ย่าตายาย ทุกคน ทุกที่ทุกบ้านทุกอำเภอเท่านั้น เพราะบางคนที่มากับเพื่อนเขาที่เราไม่รู้จักไม่ได้เรียกเขาจะไม่ได้รับ ไม่ได้เข้ามากินด้วย ต้องเรียก รวมๆให้มาทั้งหมดเท่านั้นไม่เหมือนการเซ่น ผี ถึงจะเรียกชื่อ

12084120_1688038308076569_1920698436_n

และที่ลืมไม่ได้เลยคือ ต้องเอาสิ่งของที่เซ่นไหว้เสร็จทุกชิ้น ทั้งน้ำทั้งกับ เอาไปไหว้ วางไว้นอกบ้านให้วิญญาณเร่ ร่อน ไร้ญาติ ผีตายโหงที่เข้ามาไม่ได้กับเขาได้กินด้วย ที่บ้านของตา ตาซึ่งเป็นผู้ใหญ่สุด แก่เฒ่ามากที่สุด เป็นผู้เริ่มพิธีเป็นแรก เป็นจุดธูปจุดเทียน ปับธูป กับเครื่องเซ่นไหว้และเรียก พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ญาติพี่น้องบรรพชนผู้ล่วงลับ ให้มารับเครื่องเซ่นไหว หยิบเครื่องเซ่นทกอย่าง อย่างละนิดละหน่อย มาใส่ภาชนรวม รินน้ำ รินเหล้า น้ำหวาน แล้วร้องเชิญประหนึ่งว่าวิญญาณผู้ถุกเรียก ได้รับรู้และได้กินแล้ว ไม่อด ไม่อยาก ( เรื่องนี้มีเกร็ดมีเรื่องเล่ามาว่าในอดีตนานมาแล้วมีลุงคนหนึ่งแกไป วางเป็ดตกปลา ในตอนเย็น ตรงกับวันแซนโฎนตาพอดี นอกหมู่บ้านกลางทุ่งนา ขณะนั้นพลบค่ำ เป็นช่วงเวลาที่คนในหมู่บ้านกำลังเซ่นพอดี พอพลบค่ำขณะกำลังวางเบ็ดอยู่ แกก็แว่วได้ยินเสียงผู้คนเรียกกัน แบบเสียงโหยหวนเยือกเย็นว่า มาเร็วพวกเรา ไปเอาของกินกัน เอากะเฌอ กระบุงมาหาบด้วย เขาปล่อยเรามาแค่ 15 วัน มาเร็วๆ ได้ยินแต่เสียงผู้คนเดิน อึกทึกแต่ มองไม่เห็นใครสักคน มีเสียงเหมือนหาบ ข้าวของกระทบกัน แกเลยตกใจ ขนลุกซู่ ทิ้งเบ็ด วิ่งโกยแนบกลับมาหมู่บ้านทันที เรื่องนี้ทำให้รู้ว่าการเซ่นไหว้ ญาติผู้ล่วงลับได้รับจริง มากินจริง *** อ่อ มีข้อสังเกตุนิดนึงว่าขณะที่เราเซ่นแล้วพูดเรียกแบบภาษาโบราณตามหลักเหล่านี้ ทุกคนจะรู้สึกว่าขนลุกซู่…..)(บางตอนจากคำเล่าของอภินันท์ สุดสงวน

 

เสร็จจากตาผู้อาวุโสถัดมาก็กระทำการเซ่นไหว้ เอ่ยเรียกในทำนองเดียวกัน ขณะที่ยายเค็ดได้ทำพิธีเซ่นไหว้ พึ่งเสร็จได้ไม่นานในระหว่างนั่งรอคอยเสริมคำพูดจา ช่วงนี้ ก็จะมีการรินเครื่องดื่ม และกับข้าวกับปลา อาหารการกินเอามาแจกจ่ายกันกิน ทำนองว่า ผีปู่ย่าตายายได้กินแล้ว ลูกหลานก็ได้กินด้วย ได้มีการไถ่ถามสารทุกข์ สุขดิบกัน ขณะนั้นตะวันใกล้ค่ำแล้ว โพล้เพล้ ได้เวลาจุดไต้ จุดไฟ ที่บ้านของตาเสียงคุยกันดังขรม เสียงหัวร่อ ดัง กลบบริเวณบ้าน ทันใดนั้น ทุกคนได้ยินเสียง ฮือ ฮือ ฮือ ดังมาจากบ้านยายเค็ด เหมือนคนร้องไห้ เสียงดังมาก จากนั้นก็มีเสียงโครมคราม เหมือนข้าวของถ้วยชามตกกระจัดกระจาย

12074981_1201477436545389_3312492013569477727_n

ฮุ๊ ฮุ๊ ฮุ๊….เกิดสะเดย เจ๊าะ ระนา เทอ อย เกิด อย เกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไร ยายเค็ด เอามือตบหน้าอกดังตึ๊บๆ เมีวฮ์ เมีวฮ์ แมว แมว เมีวฮ์ จังไร ละเอ็ด เอ๊าะเฮย ตันรับแซนโฎนตา แมว แมว จังไร ที่ไหน ทำเครื่องเซ่นไหว้ เละ พังหมดแล้ว ว่าแล้วยายเค็ดและลูกหลาน ก็พากันรีบเดินลงจากบ้านตา ไปบ้านของแก
ขึ้นไปบนบ้านก็ไม่เห็นมีแมวสักตัว บ้านแกก็ไม่เคยเลี้ยงแมว ที่สำคัญ ถึงมีมันก็ไม่จำเป็นต้อง ขว้างถ้วยชามอย่างนี้็ก็ได้ เพราะไม่ได้มีอะไรปิดไว้ มันคว้า มันคาบไปกินได้สบายๆ ทำไมต้องทำกระจัดกระจาย ขว้างปาเสียงดัง เสียงถ้วยชามสังกะสี เวลากระทบพื้นกระดานแรงๆ มันดังหนวกหูมากไม่แปลกเลยที่จะดังไปถึงบ้านของตา น่าจะไม่ใช่แมวหรือหมา เพราะแกไม่เคยเลี้ยง แล้วมันอะไร? ทันใดนั้นเสียง ฮู ฮู ฮือ ก็ดังขึ้นมาอีก มันเริ่มดังค่อยๆ และค่อยเพิ่มเสียงดังขึ้น มันค่อยๆดังมาจากในห้องตาบึ๊ ผัวของแกที่ตายไปแล้ว และดังขึ้นเรื่อยๆที่บริเวณ สำรับที่ตั้งเซ่นไหว้ ยายเค็ดและลูกหลาน ขนลุกซู่ สั่นไปทั้งตัว พากันยกมือไหว้ปะหลกๆ ยายเค็ดระล่ำระลัก ตา ตา ตา

12074740_940426676029682_4529094323576881685_n

เคอง อย ยืง เคอง อย โกนเจา ตา โกรธอะไรยาย โกรธอะไรลูกหลาน แกชวนลูกหลานจัดสำรับขึ้นมาใหม่ เตรียมเครื่องเซ่นของไหว้ขึ้นมาใหม่ เรียกวิญญาณตาบึ๊ ให้มารับไหว้ รับเซ่น ให้ดื่ม ให้กิน ไม่ลืมที่จะรินเหล้าขาว จุดบุหรี่ให้สูบ หยิบเครื่องในหมู เครื่องในไก่ หัวหมู อย่างละนิดละหน่อยให้และเรียกชื่อทุกครั้ง พร้อมทั้งขอโทษขอโพย ที่หากกระทำอะไรผิดพลาด ขอโทาขอโพยอย่าสาปแช่งลูกหลานเลย เสียงนั้นค่อยเบาและหายไปในที่สุด

หลังจากนั้นไม่นานยาย ซึ่งเริ่มป่วยออดๆแอดๆ ลูกสาวที่ดูแล ก็เริ่มไม่สบาย ยายซึ่งอยู่บ้านกับลูกสาวคนเล็ก ชีวิตเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ สุขภาพ ร่างกาย การทำมาหากิน ยายตายได้ไม่นาน ลูกสาวเป็มอัมพฤกอัมภาตก็ตายตามไป ครอบครัวลูกหลาน ที่อยู่ใกล้เคียง ก็ลุ่มๆดอนๆ มีเพียงรุ่นหลาน เหลน บางคนเท่านั้นที่พอเอาตัวรอดได้ ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไร หรือ ขม๊อยฮ์ตาบึ๊ เป็นเหตุ

loading...

Related posts:

Share

About the author

ทนายคนยาก

ทนายคราศรี ลอยทอง ประวัติ ทนายคราศรี ลอยทอง อายุ ๕๕ ปี เคยดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาเทศบาลเมืองสุรินทร์๒สมัย ประธานสภาเทศบาลเมืองสุรินทร์ เทศมนตรีหรือรองนายกเทศมนตรี เทศบาลเมือง ดูแลกองสาธารณสุข มาสองสมัย ปัจจุบัน เป็นที่ปรึกษา สภาทนายความสุรินทร์ และกรรมการสภาทนายความภาค๓ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของสื่อในท้องถิ่น กลุ่มนักคิดนักเขียนสโมสรวรรณศิลป์สุรินทร์ ที่ปรึกษากฏหมายเพจสุรินทร์ร้อยแปด นักจัดรายการวิทยุ ทางคลื่น วีอาร์เรดิโอ 104.00 MHz สื่อมวลชนอิสระ นำเสนอแนวคิดเรื่องสังคมและการเมือง