ขม๊อยจ ตาบึ๊ ไงแซนโฎนตา (๑)

12106753_914462401980817_2838250522402853787_n

หากชีวิตคนประกอบไปด้วยร่างกาย กายสังขาร อวัยวะ เลือดเนื้อ จิต วิญญาณ ความรับรู้การสื่อสารและลึกไปกว่านั้นเมื่อมนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ จึงรู้ผิด รู้ชอบ รู้กตัญญู รู้จด รู้จำ เมื่อตายไป การสังขาร ก็เปื่อยเน่า ตามธรรมชาติอาจถูกฝังถูกเผาแล้วแต่จารีตประเพณีของกลุ่มชน ชนเผ่า ร่างกายแตกดับ มีคำถามว่า จิตวิญญาณละ ไปไหน?

 

ตาบึ๊ เป็นผัวยายเค็ด ยายเค็ด เป็นญาติกับยายหิน แม่ของแม่ เมียของตา ตาพื้นเพเดิมเป็นคนโก๊กกะปั๊วะ (โคกสูง)ชุมขนหน้าตลาดปัจจุบัน ติดตลาดเก่าหน้าวัดกลาง อาชีพดั้งเดิมของตระกูลคือช่างตีทองตีเงิน พอตาได้ยายมาเป็นเมียก็ย้ายมาตั้งรกรากอยู่กับฝ่ายยายที่แค๊ดซร๊ะถลา ชุมชนสระถลา (แค๊ด แปลว่าชุมชน ซร๊ะ แปลว่า สระน้ำ ถลา แปลว่า ใส) บ้านของตาเป็นบ้านทรงโบราณ เสากับขื่อคา ส่วนใหญ่เข้าลิ้นเอาไม่ได้ตอกตะปู เสาแต่ละต้นหน้า๙หน้า๑๐นิ้ว ยาว๙ศอก ๑๒ศอก แล้วแต่จุดที่ฝังที่ตั้ง ไม่เรียบเพราะถากด้วยขวานและเครืองมือช่างโบราณคล้ายขวานด้ามยาวๆ มีทั้งแบบถากและฟัน ชาวพื้นเพแขมร์สะเร็นเรียก เดิ็องฮ์ บ้านทั้งหลังแทบจะไม่ได้ใสด้วยกบใสไม้แบบใช้แรงคน เว้นแต่พื้นเท่านั้น บ้านตาขนาด๓คูหา คูหาหนึ่งกว้างประมาณ ๓ เมตร ๕๐ หันหน้าบ้านไปทางตะวันออกเพื่อรับแดดยามเช้า ที่หน้าบ้านจะมีต้นจันต้นใหญ่ ออกลูกดก ลูกจันสีเหลืองเวลาสุกผลใหญ่ขนาดเท่ากำปั้นเด็ก๗-๘ขวบ หอม รสฝาดอมหวาน บ้านของตามุงสังกะสี แต่ละแผ่นหนามาก จำได้ว่าตั้งแต่มุงจนรื้อ ปลูกมาเกือบ๗๐ปี สังกะสีด้านบนสีสนิมเพราะโดนแดดโดนฝน ด้านในสี สังกะสีเคลือบหม่นๆ ตอนรื้อ ยังไม่รั่วยังไม่ชำรุด มีรูเฉพาะตามรอยตะปูที่ตอก ยังเอาไปใช้ประโยชน์มุงคอกวัวคอกควายได้ ไม่เหมือนสังกะสิยุคปัจจุบันที่บางมากรั่วง่ายขาดชำรุดง่าย

12096370_914462498647474_5933663351550211522_n

จั่วหลังคาบ้านตาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกชายคาแต่ละด้านลาดเอียงไปทางทิศเหนือและทิศใต้ ตรงกลาง สูงประมาณเมตร๗๐-๘๐ ลาดต่ำมาทางทิศใต้พื้นปูด้านทิศเหนือสูงกว่าทิศใต้ประมาณ๓๐เซนต์ด้านทิศเหนือสองคูหาที่ปูพื้นสูงด้านทิศใต้ตลอดคูหาปูพื้นต่ำกว่า ยาวไปทางทิศตะวันออกตะวันตกเนื้อที่๓คูหาเหมือนกัน ทิศเหนือตากั้นเป็นห้องนอน๒ห้อง ห้องใหญ๋๑ห้องห้องเล็ก๑ห้อง ทิศตะวันตกตาต่อครัวยื่นออกไปอีก๑คูหาปูสังกะสีตลอดแนวลาดเอียงไปทางทิศตะวันตก บ้านตาไม่ร้อนเพราะหน้าต่างเยอะ และด้านหน้าตาไม่ได้ตีฝาปิด หากเป็นไม้ระแนงตีห่างกัน๓นนิ้วต่อช่อง ลมถ่ายเทได้ตลอด
บ้านยายเค็ดกับตาบึ๊ อยู่ติดบ้านตาทางทิศใต้ มีเพียงทางเกวียนคั่นกลาง

12079305_914462441980813_3828821878589016215_n

มองเห็นกันและเรียกกันได้ยิน ลักษณะบ้านการปลูกบ้านเกือบเหมือนกันหากตลอดแนวผนังบ้านตาบึ๊ด้านทิศเหนือ ปูฝาผนังสูงจากพื้นเพียงเมตร จากนั้นเป็นการปูระแนง จึงโล่งสบายเหมือนบ้านตา บ้านส่วนใหญ่ของชาวแขมร์สะเร็น ยกใต้ถุนโล่ง สูงจากพื้นดินประมาณ๒เมตร ใต้ถุนสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ทำคอกวัวคอกควาย เก็บเครื่องสีข้าวที่ทำจากต้นไผ่แบบโยกมือ เก็บครก กระเดื่องตำข้าว วางหรือตั้งแคร่ไว้นั่งเล่นยามกลางวัน ฤดูหนาว บางทีก็ก่อไฟผิงกันหนาวกันใต้ถุนบ้าน ทำกับข้าวกับปลากันใต้ถุนบ้านก็มี ชาวบ้านรู้จักหาก้อนหินขนาดพอเหมาะมาทำเป็นเส้าไว้ จุดไฟ ทำกับข้าวกับปลา สมัยเด็ก เวลาทำกับข้าวเสร็จ ก็ตักใส่จานแบ่งปันกันไปมา ซึ่งปัจจุบันการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันแบบนี้หาไม่ได้แล้ว ผู้เขียนไม่เคยเห็นตาบึ๊ เพราะแกตายก่อนแล้ว และไม่เคยเห็นยายหิน เเพราะแกตายตั้งแต่น้าสาวน้องคนเล็กของแม่พึ่งเกิดใหม่ๆ มารู้จักและได้ยินชื่อตาบึ๊ เอาเมื่อตอนวันแซนโฎนตาเมื่อสมัยผู้เขัยนเรียนประถม เมื่อผีตาบึ๊อาละวาดในวันแซนโฎนตา นัยว่าเพราะยายเค็ดและลูกหลานกระทำการเซ่นไหว้ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นที่พอใจของตาบึ๊ ขณะที่เขียนนี้ ขนลุกกรูนึกถึงบรรยากาศที่ได้รับรู้มา….

(ภาพประกอบห้องภาพสุรินทร์)

loading...

Related posts:

Share

About the author

ทนายคนยาก

ทนายคราศรี ลอยทอง ประวัติ ทนายคราศรี ลอยทอง อายุ ๕๕ ปี เคยดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาเทศบาลเมืองสุรินทร์๒สมัย ประธานสภาเทศบาลเมืองสุรินทร์ เทศมนตรีหรือรองนายกเทศมนตรี เทศบาลเมือง ดูแลกองสาธารณสุข มาสองสมัย ปัจจุบัน เป็นที่ปรึกษา สภาทนายความสุรินทร์ และกรรมการสภาทนายความภาค๓ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของสื่อในท้องถิ่น กลุ่มนักคิดนักเขียนสโมสรวรรณศิลป์สุรินทร์ ที่ปรึกษากฏหมายเพจสุรินทร์ร้อยแปด นักจัดรายการวิทยุ ทางคลื่น วีอาร์เรดิโอ 104.00 MHz สื่อมวลชนอิสระ นำเสนอแนวคิดเรื่องสังคมและการเมือง