แหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม และทำความรู้จัก นครวัด นครธม

Angkor-Wat2

การค้นพบ นครวัด (Angkor Wat) และนครธม (Angkor Thom) เกิดขึ้นโดยความบังเอิญ เพราะตอนที่พบโบราณสถานทั้งสองจมอยู่ในป่าทึบ บรรดาเถาวัลย์พรรณไม้ปกคลุมทั่วไปหมด เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิด หาคนบุกตะลุยเข้าไปได้ยากเต็มทน

อดีตของนครวัดและนครธมนั้น สามารถสืบย้อนรอยขึ้นไปได้ถึงประมาณ พ.ศ.1345 เมื่อเจ้าชายองค์หนึ่งเสด็จจากนครศรีวิชัยในชวา มาตั้งรกรากขึ้นใหม่ในกัมพุชประเทศเป็นปฐมกษัตริย์ ทรงพระนามว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ตั้งแต่เริ่มต้นกัมพุชประเทศก็ตกเป็นประเทศราชของชวาโดยอัตโนมัติ

เมื่อพระเจ้าชัยวรมันทรงเลือกที่ตั้งราชธานีขึ้นนั้น พระองค์ทรงสั่งให้สร้างเทวสถานบายนขึ้นก่อนนับเป็นจุดแรกเริ่มของการสร้างนครธม แต่การสร้างเมืองไม่เสร็จในรัชสมัยของพระองค์ เพราะทรงสิ้นพระชนม์เสียก่อน จนถึงสมัยพระเจ้ายโศวรมัน การก่อสร้างนครธมจึงแล้วเสร็จเมื่อ ค.ศ.888 เมืองนั้นได้ชื่อว่า “ยโศธรปุระ”

ด้วยความที่กษัตริย์ชัยวรมันที่ 2 ทรงนับถือศาสนาพุทธมหายานตามพระมเหสี และทรงเชื่อว่าการที่ทรงยึดพื้นที่เมืองได้ก็ด้วยอำนาจของพระศิวะ การก่อสร้างบายนจึงกระทำอย่างพิศดาร ตัวบายนมีรูปร่างเป็นปราสาทหิน มียอดเป็นรูปพระพักตร์ของพระพรหม จุดประสงค์ในการสร้างก็เพื่อให้เป็นเทวสถานบูชาพระศิวะและศิวลึงค์ ตรงฐานมีปรางค์สลักรูปหน้าคนอยู่ทั้ง 4 ด้าน เป็นปรางค์ใหญ่ 9 ยอด มีปรางค์ขนาดกลางวางเรียงรายอยู่โดยรอบ ทุกปรางค์มีหน้าคนทั้ง 4 ด้าน ดูแล้วงดงามยิ่ง มองไปทางทิศใดจากปรางค์องค์กลางจะมองเห็นหน้าพระพรหมอยู่ทั่วไปหมด แต่ละหน้ายิ้มเย็นคล้ายจะบอกว่า ทุกสรรพสิ่งนั้นไม่จีรัง เกิดได้ดับได้ไปตามกาลทั้งสิ้น

บริเวณนครธมมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยม มีประตูทางเข้าทั้ง 4 ด้าน มีสิ่งก่อสร้างในบริเวณมากมาย นอกจากบายนแล้ว ได้มีปราสาทพระเจ้าขี้เรื้อน พลับพลาสูง ปราสาทปาปวน (Baphuon) เป็นต้น ซึ่งแต่ละแห่งล้วนทำด้วยหินสลักอย่างวิเศษ ปราสาทปาปวนเป็นปราสาทสูงตั้งอยู่บนฐานศิลา 5 ชั้น ตั้งอยู่ใกล้บายนมาก

นอกเขตนครธมออกไปมีปราสาทที่มีลายสลักสวยงามอีกหลายแห่ง เช่น ปราสาทตาพรหม (Taphohm) ปราสาทกระวัน (Prasat Kravan) ปราสาทพระขรรค์ (Preah Khan) ปราสาทตาโสม (Tasom) ปราสาทบันทายกะเดย (Banteay Kdei) และปราสาทนครวัด (Angkor Wat)

บรรดาปราสาทหินทั้งหลายถูกสร้างมาตั้งแต่ ค.ศ.889 ที่ใหม่สุดคือ นครวัด สร้างเมื่อ ค.ศ.1147 ปราสาทบางแห่งมิได้สร้างด้วยหินทั้งหมด โดยรวมๆ แล้วอาจแบ่งปราสาทหินของขอมได้เป็น 3 แบบคือ สร้างด้วยอิฐหรือปูน สร้างโดยศิลาแลงเป็นแกนแล้วหุ้มด้วยหิน และสร้างด้วยหินล้วน

Angkor Wat2 Angkor Wat

Buddhist monks in front of the Angkor WatCC BY 2.0, sam garza – originally posted to Flickr as Angkor Wat

 การก่อสร้างในยุคแรกอาจสร้างด้วยอิฐถือปูน เพราะกินแรงงานน้อย ต่อมาเห็นว่าก่อด้วยศิลาแลง่ายกว่าเนื่องจากมีบ่อศิลาแลงเอง ขุดขึ้นมาขัดแต่งเป็นรูปใดๆ ก็ได้ แต่เมื่อมีกำลังอำนาจมากจึงสร้างด้วยหินโดยวิธีก่อโกลนขึ้นมาเป็นรูป แล้วสลักหินให้เข้ารูปตามที่ต้องการ ก่อนจะแกะลวดลายประดับ ปรางค์ส่วนใหญ่ที่พบใช้ศิลาแลงเป็นแกน ก่อหินหุ้มทับแล้วค่อยจำหลักลายเป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่นาสนใจเป็นบรรดาปราสาทหินส่วนใหญ่ของขอมมักจะสร้างไม่เสร็จ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะการก่อสร้างปราสาทนั้นมักจะทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติกษัตริย์ กษัตริย์ขอมองค์ใดขึ้นครองราชย์ก็ให้สร้างปราสาทหินกินเวลานานมาก กว่าจะสร้างเสร็จกษัตริย์องค์ที่สั่งสร้างก็อาจสวรรคตเสียก่อน งานสร้างจึงยุติลงโดยปริยายเพื่อให้ช่างไปสร้างปราสาทแห่งใหม่ตามบัญชาของพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่เป็นเช่นนี้เสมอ จึงมีแต่ปราสาทค้างอยู่ครึ่งๆ ทั่วไปในดินแดนขอม

ปราสาทหินนครวัด ก่อสร้างใหญ่โต ใช้ศิลาแลงเป็นแกนในเช่นกัน และสร้างไว้ค้างๆ อยู่เช่นกัน นครวัดหรือที่เรียกกันว่า “Angkor” มีขนาดใหญ่กว่าปราสาทหินแห่งอื่น กว้างราว 2 กิโลเมตร มีเนื้อที่ราว 33 เอเคอร์ รอบปราสาทชั้นนอกกว้างด้านละ 200 เมตร ภายในระเบียงชั้นแรกสลักลายเรื่องมหาภารตยุทธ์ ด้านตะวันตกเรื่องรามเกียรติ์ ด้านเหนือสลักเรื่องเทวาสุรสงครามและเรื่องพระนารายณ์ปราอสูร ด้านตะวันออกสลักภาพชักนาคกวนน้ำทะเลน้ำอมกฤต และเรื่องสวรรค์และนรก ด้านใต้สลักเรื่องพระสุรยวรมันที่ 2 และภาพขบวนพยุหยาตราหรือขบวนกองทัพ ซึ่งเป็นภาพสลักหินแบบนูนสูงบ้าง นูนต่ำบ้าง น่าดูและชื่นชมยิ่งนัก

นครวัดเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โตที่สุดของขอบ สร้างขึ้นหลักสุดโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 (Suryavaman 2) เมื่อเรื่องราว ค.ศ.1147 บรรดานักโบราณคดีลงความเห็นว่าสร้างขึ้นตามความเชื่อในสิทธิฮินดู เพื่อประดิษฐานพระศพของพระองค์ ลานของแต่ละชั้นสร้างขึ้นเพื่อใช้เวียนเทียนตามเข็มนาฬิกา ซึ่งมีหลักฐานตามภาพสลักทางเข้าประตูทางเข้าซึ่งมีถนนอย่างดีปูด้วยหิน มีสะพานข้ามคูซึ่งทั้ง 2 ข้างทางมีรูปสลัก อสูรกำลังชักนาคเรียงยาวทั้ง 2 ข้างถนน ถนนและรูปสลักนี้มีแต่ด้านตะวันตกด้านเดียว ส่วนด้านอื่นมีประตูเป็นยอดพรหมพักตร์ยอดเดียวทั้งสิ้น หลักฐานการค้นคว้าอีกหลักฐานหนึ่งกล่าวถึงประวัติของการสร้างว่า นครวัดสร้างขึ้นเมื่อราว ค.ศ.1147 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (Jayavarman 7) เพื่อเป็นที่สักการะแด่พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ในชั้นแรกมีการนำเทวรูปพระนารายณ์ไปประดิษฐ์บนปรางค์องค์ยอด ต่อมาเมื่อขอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธก็ได้มีการแก้รูปสลักหลายอย่างเพื่อให้กลายเป็นการสร้างเพื่อบูชาพระพุทธศานา รูปสลักพระนารายณ์บนปรางค์หินยอดบนสุดถูกถอดออก เปลี่ยนเป็นพระพุทธรูปแทน

แม้จะเป็นปราสาทหินที่สร้างขึ้นทีหลังสุด และนำเอารูปแบบของปราสาทหินแห่งอื่นมาขยายขึ้น แต่นครวัดก็งดงามด้วยทรวดทรงและลายสลักหิน เนื่องจากสร้างเพื่อประดิษฐานเทวรูปเทพเจ้าในศาสนาฮินดู จึงมีการสลักลายเป็นรูปร่างนางอัปสร (Apsaras) เอาไว้มาก

Baphuon, Angkor Thom, Cambodia Taphohm, Angkor Thom, Cambodia

นครธมและนครวัดกลายเป็นนครร้างตั้งแต่ ค.ศ.1357 เมื่อสมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าสามพระยา ทรงยกทัพไทยไปตีขอม ที่เมืองเสียมราฐ ครั้งนั้นรบกันมานานถึง 1 ปี กับ 2 เดือน นครธมถูกล้อมไว้ถึง 7 เดือน จึงยกธงขาวยอมพ่ายแพ้ กองทัพไทยเมื่อตีนครธมได้ก็กวาดต้อนจับเชลยได้ถึง 4 หมื่นคนไปกรุงศรีอยุธยา เมืองนครธมร้างไปตั้งแต่นั้น บรรดาขอมที่เหลือกระจัดกระจายแยกย้ายกันไปทุกสารทิศ ขอมจำนวนหนึ่งได้อพยพไปยังละแวกกลายเป็นชาวเขมรไปตั้งแต่บัดนั้น

กาลเวลากว่า 500 ปี ทำให้ป่าเข้าปกคลุมนครธมและนครวัดจนหมด นกที่คาบลูก (ผล) ไม้มากินแล้ว ถ่ายมูลเอาไว้ทำให้เกิดบรรดาต้นไม้ใหญ่งอกขึ้นมาบนหลังคาปราสาท งอกรากและชอนไชแทรกไปตามรอยต่อของหิน บางต้นใหญ่โตจนปราสาทหินรับน้ำหนักไม่ไหวบิหลุดทลายลงมาบางส่วน นครธมอันเคยยิ่งใหญ่โบราณจึงจมอยู่ในป่าใหญ่ ซึ่งมีแต่นครวัดที่ชูยอดอยู่เหนือหมู่ต้นไม้เห็นได้แต่ไกล ความรุ่งเรืองทั้งหลายถูกลืมเลือนไปตราบจน ค.ศ.1860 มีนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ อองรี มูโฮต์ (Henri Mouhot) ได้เดินทางมายังประเทศไทย แล้วเดินทางต่อไปยังนครเสียมราฐเพื่อทำการตรวจดูพันธุ์กล้วยไม้และผีเสื้อ โดยเดินทางพร้อมกับผู้นำทางชาวเขมรซึ่งได้เล่าให้เขาฟังว่า ในป่ามีเมืองยักษ์มาสร้างเอาไว้แต่โบราณทำให้เขาเกิดความสนใจ เดินทางไปในป่าพร้อมกับผู้นำทางและลูกหาบราว 15 คน จนถึงนครธม

อองรี มูโฮต์ ส่งจดหมายรายงานไปถึง หลุยส์ เดอลา ปอร์ (Louis Delaport) ถึงการที่เขาได้เดินทางไปในป่าใหญ่ที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ใหญ่โตและสัตว์ไม้ชุกชุม แต่ทามกลางป่าใหญ่นี้มีสิ่งก่อสร้างใหญ่โตทำด้วยศิลาสลักลวดลายประหลาดงดงามไม่รู้ว่าใครมาสร้างทิ้งไว้ และตัวเขาเองได้เก็บเอาชิ้นสลักที่งดวามอย่างเอกไว้ราว 70 ชิ้น ให้ลูกหาบต่อแพรเพื่อขนกลับมายังเมืองเสียมราฐ เมื่อเขมรตกไปเป็นของฝรั่งเศสจึงได้มีการถางป่า นครวัดและนครธมจึงได้เผยโฉมให้โลกได้รู้จักอีกครั้งหนึ่งตราบจนทุกวันนี้

นครวัดและนครธม เป็นโบราณสถานที่สำคัญบนพื้นที่เมืองพระนคร (Angkor) ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยยูเนสโก (UNESCO) เมื่อปี พ.ศ.2535 ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia) ซึ่งด้วยเหตุผลที่ยอมรับให้เป็นเมืองมรดกโลกคือ

  1. เป็นตัวแทนซึ่งแสดงผลงานชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันฉลาด
  2. เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวนและภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใดๆของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม
  3. เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว
  4. เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก ประอร ศิลาพันธุ์ และคณะ (บรรณาธิการ) ความเป็นมาของตะเกียบ ใน The World & I ปีที่ 5 ฉบับที่ 49 สิงหาคม 2551: หน้า 37-41; http://th.wikipedia.org/wiki/เมืองพระนคร; http://whc.unesco.org/en/list/668 Angkor UNESCO
ขอบคุณภาพจาก http://www.angkorguide.net/en/temples/temples-in-angkor/angkor_wat/the-wonder-of-the-world/angkor-wat.html; http://th.wikipedia.org/wiki/นครวัด#mediaviewer/File:Buddhist_monks_in_front_of_the_Angkor_Wat.jpg; http://www.molon.de/galleries/Cambodia/Other/img.php?pic=9; http://www.cambodianangkortour.com/?opt=6&hlineid=33&langid=18

loading...

Related posts:

Share

About the author

admin

เป็นชายหนุ่มผู้หลงไหล ในกำพืดตัวเองจนแยกไม่ออก...จนทำให้เกิดเว็บเพจนี้มา เป็นคนรู้น้อย และพูดน้อย แต่เขียนหนัก ... หนักไปในทางเขียนผิด ... สถานะตกงาน ไม่มีรายได้ เป็นหลักแหล่ง อาศัยขอเขากินเอา ทำงานรับเงินเดือนสองหมื่นกว่าบาทเมื่อ สิบปีที่แล้ว แต่ลาออกเพื่อมาอยู่บ้านเพียงแค่รู้สึกว่า รกเราได้ฝังอยู่ที่นี่ ดินแดนที่เรียกว่า "สุรินทร์" ติดต่อรีวิว โฆษณาสินค้า ทำข่าวเปิดตัวสินค้า ที่ 088 0234 255 , Line ID; doktup