ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำภาคประชาชน‬

11836515_1659298474282548_1321235584_o

ก่อนจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น
จากภาคส่วนต่างๆ ทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน ตัวแทนผู้ใช้น้ำ คณะกรรมการลุ่มน้ำ ท้องถิ่น ท้องที่ ต่อสาระสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (2558-2569) คณะกรรมการกำหนด นโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ได้เปิดเผยแผนงานข้างต้น ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการน้ำอุปโภคบริโภค
เป้าประสงค์เพื่อ จัดหาน้ำสะอาดในการ อุปโภคบริโภคให้แก่ชุมชน ครอบคลุมทุกหมู่บ้านและชุมชนเมือง รวมทั้งในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต
(เกษตรและอุตสาหกรรม) เป้าประสงค์เพื่อ
บริหารจัดการความต้องการใช้น้ำ ในด้านการเกษตร อุปโภคบริโภค อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว ให้สมดุลกับต้นทุนน้ำโดยเกิดประโยชน์สูงสุด
ลดความสูญเสียน้ำและเพิ่มมูลค่าน้ำชลประทาน จัดหาต้นทุนเพื่อรักษาระบบนิเวศ ควบคุม/จัดสรรน้ำให้สมดุลและเพียงพอ ทั้งเพื่อการใช้น้ำขั้นพื้นฐานและระบบนิเวศ จัดหาแหล่งน้ำต้นทุนที่เหมาะสม ต่อการพัฒนาด้านการเกษตรตามศักยภาพ
ตลอดจนจัดหาแหล่งน้ำเพื่ออุตสาหกรรม รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมส่งออก และอุตสาหกรรมเพื่อการบริโภค ภายในประเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การจัดการน้ำท่วมและ อุทกภัย เป้าประสงค์เพื่อลดความเสียหาย จากอุทกภัยของชุมชนเมืองและพื้นที่ เศรษฐกิจสำคัญ ที่มีผลกระทบรุนแรงและความเสียหายสูง รวมถึงลดความเสียหายในพื้นที่เกษตร
และสนับสนุนการปรับตัว ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยซ้ำซาก ตลอดจนลดความเสียหายจากน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลันในหมู่บ้านเสี่ยงภัย

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การจัดการคุณภาพน้ำ
เป้าประสงค์เพื่อให้แหล่งน้ำทั่วประเทศ อยู่ในระดับพอใช้ขึ้นไป ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 โดยให้มีการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบบำบัดน้ำเสียและลดมลพิษจากแหล่งกำเนิด แหล่งน้ำเสื่อมโทรมได้รับการแก้ไขฟื้นฟู ยกระดับให้ดีขึ้น ตลอดจนควบคุมความเค็ม ปากแม่น้ำ ณ จุดควบคุม ไม่ให้เกินมาตรฐาน ของการเกษตรและการประปา

11822044_1659283684284027_1892994494_o

ยุทธศาสตร์ที่ 5 การอนุรักษ์ฟื้นฟู สภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรม
และป้องกันการพังทลายของดิน
เป้าประสงค์ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรม ให้ได้พื้นที่ป่าอย่างน้อยร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ ป้องกันการสูญเสียหน้าดิน
และพื้นที่ดินถล่ม ในพื้นที่เกษตรลาดชัน เพื่อการชะลอน้ำในลุ่มน้ำสาขา ที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม

ยุทธศาสตร์ที่ 6 การบริหารจัดการ
เป้าประสงค์สำคัญ เพื่อให้มีองค์กร กฎหมาย ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ที่กำหนดนโยบายและขับเคลื่อนแผน อย่างเป็นเอกภาพ
ประกอบด้วยกลยุทธ์ต่างๆ อาทิ
1)จัดทำ(ร่าง)พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ
2)ปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานปฎิบัติ 3)สนับสนุนองค์กรชุมชน องค์กรลุ่มน้ำและ เครือข่ายระหว่างลุ่มน้ำทุกระดับ ทั้งในและระหว่างประเทศ
4)จัดทำแผนยุทธศาสตร์/แผนแม่บท/แผนปฏิบัติการ การบริหารจัดการน้ำ ในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ
5)ศึกษา วิจัย แนวทางการจัดการทรัพยากรน้ำ/ลุ่มน้ำสาขา
6)พัฒนาระบบฐานข้อมูล
7)บำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบชลประทาน
8)ควบคุมการบุกรุกทางน้ำ
9)ติดตามและประเมินผล
10)ประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม

11815975_1659352640943798_162610420_n

ทั้ง 6 ยุทธศาสตร์นั้น ล้วนมีสาระสำคัญที่น่าสนใจ และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง หากสามารถสร้างการมีส่วนร่วม อย่างแท้จริงจากภาคประชาชน เพราะที่ผ่านมา ตัวแทนที่เข้าไปเป็น คณะกรรมการลุ่มน้ำนั้น ไม่ได้มีสิทธิอำนาจ หรือส่วนร่วมในการบริหารจัดการแต่อย่างใด ได้แค่รับทราบแผนงานที่หน่วยงานต่างๆ จัดทำขึ้น(รัฐแต่ฝ่ายเดียว) หรือกล่าวได้ว่า การเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้าร่วม เป็น”พิธีกรรม”หนึ่งเท่านั้น

เนื่องจากที่ผ่านมา พ.ร.บ.น้ำ มีหลายร่าง หลายฉบับ ถกเถียงกัน ตั้งแต่เรื่องนิยามความหมาย ว่า “น้ำเป็นของรัฐ” รัฐมีอำนาจผูกขาดในการ บริหารจัดการ หรือ “น้ำเป็นสาธารณะ สมบัติของส่วนรวม” ประชาชน_พลเมือง สามารถมีอำนาจตัดสินใจ ในการบริหารจัดการได้ รวมถึงการกระจายอำนาจ การจัดการน้ำโดยชุมชนท้องถิ่น ระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ ตลอดจนการบริหารจัดการกองทุนในอนาคต
ซึ่งทั้งหมดจะปรากฎอยู่ในร่าง พ.ร.บ.น้ำที่ตั้งท้องมานานหลายปี

11821502_1659285677617161_342090198_o

ในฐานะคณะกรรมการลุ่มน้ำมูล ผมได้แลกเปลี่ยนและเสนอแนะในเวที ดังนี้

1.การขุดลอกแหล่งน้ำ สร้างแก้มลิง คลองส่งน้ำ ให้คำนึงถึงสมดุลของระบบนิเวศ ที่ดินเนิน(โคก) มาบ เลิง บุ่ง ทาม กุด หนอง เพราะแต่ละพื้นที่ สัมพันธ์กับความมั่นคงทางอาหารของชุมชน หากมุ่งแต่เพื่อลุกลอก ให้กว้าง ให้ลึก ให้ได้คลองส่งน้ำตรงๆ รถวิ่งสันขอบได้ อาจต้องทำลายต้นไม้ริมห้วย เข่น มะดัน มะแซว หวาย ผักหนาม กระเบา ไผ่ หูลิง ได้คลองส่งน้ำ แต่กลับทำลายฐานทรัพยากรอาหาร ของชุมชน

2.ควรให้ความสำคัญ กับการจัดการน้ำแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน ควบคู่กับการจัดการเชิงวิศวกรรม รวมถึงสนับสนุนระบบการจัดการแหล่งน้ำ
ขนาดเล็กโดยชุมชนท้องถิ่น อย่าให้คนอีสาน ต้องตกเป็นเหยื่อการพัฒนา หลงเชื่อไปว่าจะแก้ปัญหาน้ำ ต้องผันน้ำข้ามลุ่มน้ำ เจาะอุโมงค์ลอดภูเขา วางท่อ ต้องลงทุนนับแสนล้านบาท จึงจะสามารถแก้ปัญหาได้ กระทั่งถูกฝ่ายการเมืองหาเสียง
และแสวงประโยชน์เหมือนเช่นที่ผ่านมา

3.การเพิ่มอำนาจตัดสินใจ การบริหารจัดการน้ำแก่ภาคประชาชน ซึ่งแนวโน้มในอนาคต จะเกิดการแย่งชิงน้ำรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ต้องจัดเตรียมสาธารณูปโภค ให้มีแหล่งน้ำเพียงพอ ในการรองรับนิคมอุตสาหกรรม ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ภาคเกษตรในเขตชายแดนพนมดงรัก ต้องปรับตัวเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ปัญหาดังกล่าว

loading...

Related posts:

Share

About the author

นายพราวุฒิ ไวรวัจนกุล

หลังแบกเป้เดินทาง ตามถนนนักข่าว/นักเขียน ในเมืองหลวงกว่า 15 ปี ผมกลับบ้าน ขุดสระ ปลูกผัก ทำสวน แต่ก็ยังคันมือคันไม้ สะพายกล้องเข้าป่า บันทึกเรื่องราวผู้คน ธรรมชาติรอบข้างอยู่เสมอๆ แก้ไม่หายครับ