ภัยแล้งปี 58-59 Climate Change ใกล้ตัวกว่าที่คิด !!!

หากไม่นับวิกฤตเศรษฐกิจที่คนไทยทั้งประเทศกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ เชื่อว่าคงไม่มีข่าวใดที่อยู่ในความสนใจของประชาชนคนไทยได้มากเท่าวิกฤตภัยแล้งของปี 2558 นี้อีกแล้ว

11863247_10153617638895929_6790573625480357452_nปัจจุบันความแห้งแล้งที่เราเผชิญกันอยู่ทุกปีไม่ได้หมุนเวียนกลับมาตามปกติของวงรอบฤดูกาลในแต่ละปีอีกแล้ว เกือบยี่สิบปีที่แล้วคนไทยได้รู้จักกับคำว่าเอลนินโญ่ที่ทำให้ฤดูร้อนแห้งแล้งรุนแรงและยาวนานกว่าปกติ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของลมสินค้า อุณหภูมิผิวน้ำ และความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสภาพอากาศที่เราต้องเผชิญอยู่ทุกวันนี้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยไม่มากก็น้อย ดังนั้นคนไทยจึงควรต้องทำความรู้จักและเรียนรู้กับ “Climate Change” หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพิ่มเติมอีกด้วย

 

นับตั้งแต่ฤดูฝนของปี 2557 ประเทศไทยมีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าปกติประกอบกับปริมาณน้ำสะสมในเขื่อนใหญ่ๆ ทั่วประเทศก็มีปริมาณน้อยมาก ตามที่รายงานว่าวันที่ 31 ตุลาคม 2557 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดฤดูฝนของปีที่แล้วนั้นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศมีปริมาณน้ำคงเหลือเพื่อเป็นต้นทุนสำหรับฤดูแล้งปี 2558 เพียง 45,155 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้นซึ่งนับว่าอยู่ในเกณฑ์วิกฤต นั่นจึงทำให้นักวิชาการหลายท่านทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ ออกมาเตือนกันตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วว่าประเทศไทยกำลังประสบกับวิกฤตภัยแล้งซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับพื้นที่ปลูกข้าวบริเวณที่ราบลุ่มภาคกลาง นอกจากนี้กรมชลประทานยังได้ประกาศงดส่งน้ำเพื่อการทำนาปรังตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2557 เพราะการจัดสรรน้ำจะต้องคำนึงถึงการอุปโภคบริโภคและการรักษาสภาพแวดล้อมเป็นหลัก

ห้วยเสนง

อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง สุรินทร์ ในฤดูฝน

 

หากนับตั้งแต่เดือนมกราคมซึ่งก็คือปลายฤดูหนาวที่ไม่มีฝนตกเป็นปกติอยู่แล้ว ฤดูฝนของประเทศไทยควรจะเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม (ซึ่งประเทศไทยกำหนดให้มีพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ) หรือต้นเดือนมิถุนายนซึ่งเข้าช่วงฤดูกาลเพาะปลูกของเกษตรกร แต่เหตุการณ์ดังที่ปรากฏในปัจจุบันคือ จนถึงขณะนี้ในเดือนสิงหาคมฝนเพิ่งจะเริ่มตกและปริมาณน้ำฝนก็ไม่ได้มากอย่างที่เกษตรกรคาดหวัง อีกทั้งบริเวณที่ฝนตกส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่พื้นที่เหนือเขื่อน ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนจึงน้อยจนกระทั่งไม่สามารถบริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ชาวนาในหลายพื้นที่ไม่สามารถปลูกข้าวในฤดูกาลปกติ เกิดปัญหาการแย่งน้ำในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ปัญหาถนนและตลิ่งทรุดเนื่องจากน้ำในคูคลองแห้งขอด แม้แต่น้ำต้นทุนสำหรับผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลก็แทบจะไม่เพียงพอ การประปานครหลวงต้องลดแรงดันน้ำในเวลากลางคืน ในจังหวัดปทุมธานีมีการจ่ายน้ำเป็นช่วงเวลาในบางพื้นที่ รวมถึงน้ำประปาที่มีรสกร่อยเพราะกรมชลประทานไม่สามารถปล่อยน้ำจากเขื่อนได้มากพอเพื่อผลักดันน้ำเค็มที่หนุนเข้ามาจากอ่าวไทยได้

โดยจากตารางสรุปสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศ วันที่ 19 สิงหาคม 2558, ศูนย์ประสานและติดตาม สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานว่าปริมาณน้ำที่สามารถใช้ได้ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศนั้นมีปริมาณเฉลี่ยเพียง 16% ซึ่งนับเป็นภาวะขั้นวิกฤตที่เราจะต้องวางแผนจัดการล่วงหน้าเพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งในปี 2559

ฤดูร้อนและปรากฏการณ์เอลนินโญ่เป็นผลให้เราต้องประสบกับช่วงแล้งฝนยาวนากว่าปกติ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำ เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งขอวิกฤตภัยแล้วปี 58 ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ภัยแล้งรุนแรงกว่าที่ผ่านมา

กล่าวได้ว่าความแปรปรวนของสภาพอากาศที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรเพียงอย่างเดียว หากวิเคราะห์ให้ลึกลงไป ฤดูร้อนซึ่งความแห้งแล้งรุนแรงและยาวนานนั้นได้ส่งผลกระทบกับชีวิตผู้คนทั้งที่อยู่ในเมืองและในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศลุกลามไปกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศทั้งระบบไม่เฉพาะแต่ในภาคเกษตรกรรมที่ต้องพึ่งพาฤดูกาลเป็นปัจจัยการผลิต วันนี้ Climate Change คือปัจจัยหนึ่งที่ก่อผลกระทบกับการดำเนินชีวิตอย่างปกติของผู้คน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเกิดขึ้นรอบๆ ตัวเรา สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่เราทุกคนจำเป็นต้นรับรู้ทำความเข้าใจ และเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่กับปรากฏการณ์ทั้งหลายเหล่านี้ให้ได้

 

บทความโดย: นางสาววรรโณบล ควรอาจ นักวิจัยและผู้ประสานงานโครงการ

*หมายเหตุและอ้างอิง

จากรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2557 ถึง 30 เมษายน 2558 มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบและประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ทั้งหมด 36 จังหวัด แบ่งเป็นภาคเหนือ 11 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ภาคกลาง 7 จังหวัด ภาคตะวันออก 4 จังหวัด และภาคใต้ 5 จังหวัด

ตารางสรุปสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศ วันที่ 19 สิงหาคม 2558, ศูนย์ประสานและติดตาม สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php/rid_bigcm.html (เข้าถึงเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2558)

หมายเหตุจากสุรินทร์ร้อยแปด

  • เปลี่ยนแปลงภาพประกอบ เพื่อให้เห็นภาพใรพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ชัดเจนขึ้น โดยเป็นนาข้าวของชาวนาชาว อ.ศีชรภูมิ ถ่ายเมื่อ กลางเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา  และ ภาพที่สองเป็น ภาพทางอากาศ อ่างเก็บน้ำห้วยสนง ถ่ายเมื่อวันที่ 6  สิงหาคมที่ผ่านมา ให้เห็นถึงสภาพน้ำที่น้อยและเห็นสันดอนดินได้ชัดเจน
  • ที่มาของบทความ http://thaicity-climate.org/article/%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%87-2558-climate-change-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%A7/
loading...

Related posts:

Share

About the author

admin

เป็นชายหนุ่มผู้หลงไหล ในกำพืดตัวเองจนแยกไม่ออก...จนทำให้เกิดเว็บเพจนี้มา เป็นคนรู้น้อย และพูดน้อย แต่เขียนหนัก ... หนักไปในทางเขียนผิด ... สถานะตกงาน ไม่มีรายได้ เป็นหลักแหล่ง อาศัยขอเขากินเอา ทำงานรับเงินเดือนสองหมื่นกว่าบาทเมื่อ สิบปีที่แล้ว แต่ลาออกเพื่อมาอยู่บ้านเพียงแค่รู้สึกว่า รกเราได้ฝังอยู่ที่นี่ ดินแดนที่เรียกว่า "สุรินทร์" ติดต่อรีวิว โฆษณาสินค้า ทำข่าวเปิดตัวสินค้า ที่ 088 0234 255 , Line ID; doktup