เรื่องเล่าชุมชนชาวจีนเมืองสุรินทร์ (2)

 

เรื่องเล่าชุมชนชาวจีนในสุรินทร์

 

หลังจากรถไฟขยายเส้นทางมาถึงสุรินทร์
ในปี พ.ศ.๒๔๖๙ การขนส่งสินค้า – เดินทางไปมาระหว่างบางกอกกับเมืองสุรินทร์มีเพียงเส้นทางรถไฟเท่านั้น

รถไฟสมัยนั้นเป็นเครื่องจักรไอน้ำ ใช้ไม้ท่อนฟืนไปเผาต้มหม้อน้ำสตีม เพื่อใช้พลังงานไอน้ำขับดันลูกสูบให้ขับเคลื่อนขบวนรถ ดังนั้นขบวนรถไฟจะมีสถานีที่หยุดรถเพื่อบรรทุกไม้ฟืน มีสถานีต่างๆ เช่นจาก สุรินทร์ – โคราช ก็จะมีสถานีหยุดเติมฟืนที่ลำชี ลำปลายมาศ สูงเนิน ฯลฯ

ผู้โดยสารที่เดินทางจากสุรินทร์เข้ากรุงเทพฯ จะต้องแวะค้างคืนที่โคราชหนึ่งคืน เช้าจึงมีขบวนรถไฟต่อเข้ากรุงเทพ

หลังจากรถไฟมาถึงสุรินทร์แล้ว ความเจริญเริ่มเคลื่อนย้ายจากสี่แยกหลักเมืองเข้ามาใกล้สถานีรถไฟมากขึ้น เริ่มจากหลังสถานีรถไฟ ด้านซ้ายบริเวณสระสถานี จะเป็นคิวรถยนต์และที่จอดเกวียน ด้านขวาก็จะเป็นห้องแถวไม้สองชั้น ชั้นบนเป็นโรงแรมของเสี่ยผดุง

ระหว่างนี้อาแปะเป็งได้เปลี่ยนอาชีพมาทำเฉาก๊วยและซาลาเปา โดยมาเช่าที่สถานีรถไฟเดือนละ ๑๒ บาท ขายซาลาเปาในตอนเช้า หลังจากขบวนรถไฟออกไปแล้วท่านก็จะหาบซาลาเปาออกตระเวนขายตามชุมชนต่างๆ

ท่านขายซาลาเปาราคาลูกละ ๕๐ สตางค์ ขายได้วันละ ๓๐๐-๔๐๐ ลูก สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้แก่ครอบครัวของท่านเป็นอย่างมาก

วันหนึ่งในความทรงจำที่ไม่เคยลืมของท่านก็คือวันที่ในหลวงเสด็จฯ มาจังหวัดสุรินทร์ ในปี พ.ศ.๒๔๙๘ ประชาชนออกมารับเสด็จเป็นจำนวนมาก ท่านขายซาลาเปาได้มากถึงประมาณหนึ่งหมื่นลูก ซึ่งเวลานั้นราคาได้ปรับขึ้นเป็นลูกละ ๑ บาทแล้ว

ซาลาเปาของท่านมีรสชาติเอร็ดอร่อย เป็นที่ติดอกติดใจชาวสุรินทร์เป็นอย่างมาก ใครจะเดินทางไปไหนมาไหน ทั้งต่างอำเภอและต่างจังหวัด ต่างต้องซื้อซาลาเปาของแปะเป็งติดไม้ติดมือ เป็นของฝากวิเศษสุดในยุคนั้น จนกลายเป็นตำนานเล่าขานของเมืองสุรินทร์มาถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะเด็กๆ ในยุคนั้น ที่ต่างพากันหวาดกลัวเรือนร่างสูงใหญ่และสุ้มเสียงร้องขายซาลาเปาอันกึกก้อง กัมปนาทของแปะเป็ง ไม่กล้าออกไปซื้อด้วยตัวเอง ต้องรบเร้าให้พวกพ่อแม่ออกไปซื้อหามาให้กิน

ความรอบรู้ในการทำขนมต่างๆ ขายของท่าน เป็นความรู้ที่ได้ติดตัวมาจากเมืองจีนทั้งสิ้น

ความเจริญหลั่งไหลเข้ามาพร้อมๆกับทางรถไฟ ทำให้ชุมชนในเมืองสุรินทร์เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ การคมนาคมขนส่งสินค้าจากเมืองบางกอกสะดวกมากขึ้น สินค้าทันสมัยจากยุโรปอเมริกาที่เข้าครองตลาดเมืองไทยก็ส่งผ่านมาไม่ยาก

'รถดอสสะหะ' ที่โรงเรียนเมืองสุรินทร์

พ่อค้าชาวจีนเริ่มอพยพเข้ามามากขึ้น เศรษฐกิจได้ขยายตัวเป็นอย่างมาก

ชุมชนย่านการค้าภายในตัวเมืองเริ่มเคลื่อนย้ายจากสี่แยกหลักเมืองเข้ามาอยู่ ใกล้หลังสถานีรถไฟ สองฝั่งถนนธนสาร (ชาวจีนเรียกว่าติ๊กโกย คือถนนทางตรง) มีร้านค้าตั่วล้ง (ร้านใหญ่) เกิดขึ้นหลายร้าน

เริ่มจากหลังสถานีรถไฟ ด้านตะวันออกบริเวณสระสถานีเป็นคิวรถยนต์ ด้านตะวันตกก็จะเป็นห้องแถวไม้สองชั้นของเสี่ยผดุง ยาวประมาณ ๓๐ ห้อง ชั้นบนเป็นโรงแรม ด้านล่างเป็นร้านขายกาแฟโกตุ่น

ถัดไปก็จะเป็นร้านฮงเส็ง เอเซีย ห้องภาพแสงจันทร์ ฯลฯ

ต่อจากบริเวณลานหลังสถานีรถไฟ ตรงไปจะเป็นถนนติ๊กโกย เริ่มจากหัวถนนเป็นร้านกาแฟกงอื่อลี้ เป็นอาคารไม้สามห้องยกพื้นสูง ๑ เมตร

ถัดมาเป็นร้านกาแฟโกตง ข้าวมันไก่โกส่าย

ถัดไปบนถนนติ๊กโกยก็จะมีร้านโชวห่วยตั่วล้งยุคแรกๆ ได้แก่ร้านซี้หลี ฮั่วไถ่ หลี่ฮวด ฯลฯ

ยุคนี้มีชาวจีนอพยพหลั่งไหลจากเมืองจีนเข้ามาเซี่ยมล้อมากขึ้น ส่วนใหญ่จะขึ้นฝั่งที่บางกอก แล้วจึงกระจายกันออกไปทำมาค้าขายตามหัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ โดยอาศัยเส้นทางรถไฟเป็นหลัก ลงตามหัวเมืองใหญ่ๆ จากนั้นก็จะแยกย้ายกันไปทำมาค้าขายอยู่ตามหมู่บ้าน อำเภอ ต่อไป ตามคำบอกกล่าวชักชวนของเพื่อนหรือญาติพี่น้อง

สังคมพ่อค้าชาวจีนในยุคนั้นอยู่กันแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันแบบเครือญาติ

ผู้คนจำนวนมากเหมารถแท๊กซี่ ปิ๊กอัพและรถหกล้อบรรทุกของแล่นตามกันไปเป็นขบวนยาวเหยียด เพื่อไปทอดกฐินถวาย ณ วัดบัลลังก์ศิลาอาสน์ อำเภอปราสาท เมื่อกว่าสี่สิบปีก่อน ถนนลูกรังเล็กๆ เส้นนี้ ปัจจุบันคือทางหลวงหมายเลข ๒๔ โชคชัย-เดชอุดม
(ภาพ : ครอบครัวคุณแม่ยุพิน อินทรแปลง)

ชุมชนย่านการค้าเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหลังไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่ถนนสนิท นิคมรัฐ (ชาวจีนเรียกว่าถนนห่วยโหล่ว คือถนนทางขวาง) ในปี พ.ศ.๒๔๙๓ เป็นถนนที่ต่อจากบริเวณลานหลังสถานีรถไฟเลี้ยวซ้ายไปด้านตะวันออก ไฟไหม้ลามเข้าฝั่งตะวันออกถนนติ๊กโกย ทำให้มีการสร้างห้องแถวไม้ขึ้นมาใหม่ ที่โดดเด่นในสมัยนั้นก็ได้แก่การก่อสร้างโรงหนังศรีสุรินทร์เป็นอาคาร คอนกรีต และด้านหน้าโรงหนังด้านติ๊กโกยก็สร้างห้องแถวอาคารคอนกรีตด้วย

คุณสินชัย ธนสมุทร อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสุรินทร์ ทายาทชาวจีนรุ่นที่สอง เล่าผ่านประสบการณ์ในวัย ๗๐ ปีของท่านว่า ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ ขณะที่กองทัพญี่ปุ่นบุกเข้ามาในประเทศไทย ท่านได้เห็นทหารญี่ปุ่นขนเอาเชลยศึกทหารฝรั่งเศสยัดใส่ตู้รถไฟเป็นจำนวนมาก มาจากจังหวัดอุบลฯ ผ่านสุรินทร์ และมีทหารญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งได้เข้ามาตั้งศูนย์บัญชาการ โดยใช้โรงเรียนวานิชนุกูลเป็นที่ตั้งกองกำลัง

นอกจากนั้น ทหารญี่ปุ่นยังได้นำรถยนต์ที่สามารถวิ่งได้ทั้งบนถนนและรางรถไฟมาใช้ด้วย

มีเรื่องเล่าลือกันมากถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เมืองสุรินทร์ว่า ขณะที่เครื่องบินสัมพันธมิตรบินมาทิ้งระเบิด หลวงพ่อชีว์วัดบูรพารามได้ทำการปกป้องด้วยการทำให้นักบินไม่สามารถมองเห็น ตัวเมือง และบางลำเมื่อบินผ่านสระโบราณ (ปัจจุบันอยู่ในบริเวณโรงพยาบาลสุรินทร์) เครื่องบินจะหายสาบสูญไป ทำให้เมืองสุรินทร์รอดพ้นจากการโจมตีทางอากาศ

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๙๘ เตี่ยคุณสินชัยได้สร้างโรงแรมแอตแลนติก เป็นอาคารไม้สูงสามชั้นแห่งแรกและแห่งเดียวในจังหวัดสุรินทร์

การก่อสร้างในสมัยนั้น ช่างไม้จะตีไม้ประกบกันเป็นรูปสามเหลี่ยม ยาวประมาณ ๑ เมตร เอาดินเหนียวอุดรอยต่อไม้ แล้วเทน้ำใส่ในราง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือวัดจับระดับน้ำ นับเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่น่าทึ่งทีเดียว

ท่านบอกว่าค่าที่พักในสมัยนั้น ห้องรวมคนละ ๓ บาทต่อวัน และห้องพิเศษมีเตียง มีมุ้ง หมอน ห้องละ๑๒ บาท มีแขกเข้าพักไม่น้อยทีเดียว

เนื่องจากการคมนาคมยังไม่สะดวก การพักค้างคืนเมื่อต้องเดินทางระหว่างจังหวัดนับเป็นเรื่องปกติในขณะนั้น โรงแรมจึงเกิดขึ้นมากมาย เช่น โรงแรมเสี่ยผดุง บันเทิงสุข ชุมนุมไทย แอตแลนติก สมานมิตร เจริญสุข ไทยวิวัฒน์ นิมิตรทอง แสงเจริญ อุบล ธนสาร ธนชัย ฯลฯ

 

จักรยานเป็นพาหนะยอดนิยมของคนสุรินทร์สมัยก่อน ภาพนี้เป็นครูสาวของโรงเรียนอนุบาลสุรินทร์ ถ่ายไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒

ตอนที่ 1 http://surin108.com/web/2013/07/04/7276/%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97.html 

loading...

Related posts:

Share

About the author

admin

เป็นชายหนุ่มผู้หลงไหล ในกำพืดตัวเองจนแยกไม่ออก...จนทำให้เกิดเว็บเพจนี้มา เป็นคนรู้น้อย และพูดน้อย แต่เขียนหนัก ... หนักไปในทางเขียนผิด ... สถานะตกงาน ไม่มีรายได้ เป็นหลักแหล่ง อาศัยขอเขากินเอา ทำงานรับเงินเดือนสองหมื่นกว่าบาทเมื่อ สิบปีที่แล้ว แต่ลาออกเพื่อมาอยู่บ้านเพียงแค่รู้สึกว่า รกเราได้ฝังอยู่ที่นี่ ดินแดนที่เรียกว่า "สุรินทร์" ติดต่อรีวิว โฆษณาสินค้า ทำข่าวเปิดตัวสินค้า ที่ 088 0234 255 , Line ID; doktup