ชุมชนชาวจีนเมืองสุรินทร์ยุคก่อนทางรถไฟ (1)

วันนี้พาเพื่อนสมาชิกเรียนประวัติศาสตร์เมืองสุรินทร์กันหน่อย …
chinese002re
ชุมชนชาวจีนเมืองสุรินทร์ยุคก่อนทางรถไฟ (1)
คุณประกอบ เภสัชศาสตร์นุกูล วัย ๖๑ ปี สายเลือดชาวจีนอพยพรุ่นที่สองของเมืองสุรินทร์ ได้เล่าถึงชีวิตของบิดา ซึ่งเดินทางมายังเมืองสุรินทร์ในช่วง ๙๐ ปีก่อนไว้ดังนี้

คุณพ่อชื่อเป็ง แซ่เฮง ครอบครัวของท่านเป็นชาวนาอยู่ที่ ตำบลโอวเจี๊ยะ (หินดำ) จังหวัดแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง ขณะนั้นท่านมีอายุได้ ๑๘ ปี มาถึงเซี่ยมล้อ (เมืองไทย) ในระหว่าง พ.ศ. ๒๔๖๐ และได้ทำงานหาเลี้ยงชีพเป็นกุลีที่สะพานปลา กรุงเทพฯ อยู่ได้ประมาณ ๒ ปี พอเก็บออมเงินได้บ้าง ก็คิดหาช่องทางลงหลักปักฐาน

เมื่อทราบว่ามีญาติผู้ใหญ่ของท่านได้มาอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ก่อนหน้านั้นหลายปีแล้ว ใน พ.ศ. ๒๔๖๒ ท่านจึงเตรียมตัวออกเดินทางไปจังหวัดสุรินทร์ โดยได้นัดหมายกับญาติมีศักดิ์เป็นพี่ชายอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ ชื่อนายกาน่า แซ่จึง ให้ท่านเดินทางรถไฟจากหัวลำโพง ไปสิ้นสุดปลายทางที่สถานีรถไฟโคราช

จากนั้นก็เดินเท้ามายังเมืองสุรินทร์

ถึงจังหวัดสุรินทร์ (ชาวจีนเรียกซู้ลิ่ง) นายเป็ง แซ่เฮง ก็ได้อาศัยอยู่กับบ้านของอากงจึงกาน่า อยู่แถบสี่แยกหลักเมืองซึ่งเป็นชุมชนย่านการค้าแห่งแรกในจังหวัด สุรินทร์ ที่นำโดยกลุ่มพ่อค้าชาวจีน ได้แก่ นายกาน่า แซ่จึง (ปิ้งแปะ) ชื่อร้านจึงกาน่า และนายจิ้งฮวด แซ่ตั้ง (แปะคุน) ชื่อร้านตั้งจิ้งฮวด เป็นร้านรับซื้อสินค้าพื้นเมือง เช่น ข้าวเปลือก น้ำผึ้ง ขี้ไต้ วัว ควาย หมู ฯลฯ ไปขายเมืองโคราช และนำสินค้าจากเมืองโคราชมาขาย เช่น ผ้าด้ายดิบ กางเกงสี่เป้า (ขาก้วย) เสื้อตราควาย (ตัดเย็บด้วยผ้าด้ายดิบย้อมสีครามและสีดำ) ฯลฯ

หลังจากนายเป็ง แซ่เฮง มาอยู่เมืองซู้ลิ่ง ท่านได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการช่วยทำงานในร้านจึงกาน่า และหาบน้ำจากสระวัดพรหมขายให้กับบ้านตระกูลเต็งที่อยู่ละแวกนั้น ในราคาหาบละ ๑ สตางค์ เนื่องจากท่านเป็นคนร่างใหญ่แข็งแรง ท่านสามารถหาบน้ำได้เที่ยวละ ๔ หาบหรือ ๘ ปี๊บ

ระหว่างที่อาศัยอยู่กับอาแปะกาน่า ท่านได้ร่วมกองเกวียนคาราวานสินค้าไปกับอาแปะกาน่า นำของป่าจากจังหวัดสุรินทร์ไปขายโคราช และซื้อสินค้าจากโคราชกลับมาขายที่สุรินทร์

ต่อมาได้มีการก่อสร้างเส้นทางรถไฟจากอำเภอลำปลายมาศ เพื่อขยายเส้นทางเดินรถมาถึงจังหวัดสุรินทร์ ท่านไปรับจ้างเป็นกุลีสร้างทางรถไฟ ได้ค่าแรงวันละ ๔๐ สตางค์ เป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง

จากนั้นพอมีทุนเล็กน้อย ก็ได้ทอดปาท่องโก๋ขายในตลาดเก่าหน้าวัดกลาง และทำขนมข้าวพอง หาบออกเดินแลกข้าวเปลือกไปตามหมู่บ้านต่างๆ เช่น บ้านลำชี บ้านสวาย บ้านกระสัง ฯลฯ

ที่มา : หนังสือเมืองโบราณ ปี 2548 ฉบับที่ 3.1

ปล.เรื่องราวเหล่านี้จะถูกนำมาเล่าใหม่ในลักษณะ เวทีเสวนา และทำเป็นรายการโทรทัศน์ชุมชนเพื่อเผยแพร่อีกครั้งปลาย ๆ ปีนี้ที่ ห้องภาพเมืองสุรินทร์ หน้าเทคโนราชมงคลฯ ครับ

loading...

Related posts:

Share

About the author

admin

เป็นชายหนุ่มผู้หลงไหล ในกำพืดตัวเองจนแยกไม่ออก...จนทำให้เกิดเว็บเพจนี้มา เป็นคนรู้น้อย และพูดน้อย แต่เขียนหนัก ... หนักไปในทางเขียนผิด ... สถานะตกงาน ไม่มีรายได้ เป็นหลักแหล่ง อาศัยขอเขากินเอา ทำงานรับเงินเดือนสองหมื่นกว่าบาทเมื่อ สิบปีที่แล้ว แต่ลาออกเพื่อมาอยู่บ้านเพียงแค่รู้สึกว่า รกเราได้ฝังอยู่ที่นี่ ดินแดนที่เรียกว่า "สุรินทร์" ติดต่อรีวิว โฆษณาสินค้า ทำข่าวเปิดตัวสินค้า ที่ 088 0234 255 , Line ID; doktup