เพลิงเผาวอด! ตลาดชายแดน “ช่องจอม”

สุรินทร์ – เกิดเหตุ เพลิงไหม้ ! “ตลาดใหม่ช่องจอม” ชายแดน อ.กาบเชิง สุรินทร์ แม่ค้าไทย-เขมร หนีตายอลหม่าน ผบก.เผยสาเหตุลูกจ้างชาวเขมรประกอบต่อสายหัวเตาแก๊สจุดไฟลุกพรึบ เพลิงไหม้ตู้เสื้อผ้า หยุดไม่อยู่ เผาร้านค้าวอด 370 ร้าน คาดสูญกว่า 50 ล้าน ทางจังหวัดถกหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือ สั่งปิดชั่วคราว 7 วัน เตรียมวางแผนสร้างใหม่ พร้อมนำอาหารและตั้งเต็นท์เป็นที่พักชั่วคราวแก่พ่อค้าแม่ค้าชาวไทย-กัมพูชา

วานนี้ (28 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.50 น.ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ “ตลาดใหม่ช่องจอม” ตลาดการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นตลาดชายแดนตั้งอยู่ฝั่งประเทศไทย ห่างจากด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องจอม-โอร์เสม็ด ประมาณ 2 กิโลเมตร (กม.) มีพ่อค้าแม่ค้าทั้งชาวไทยและกัมพูชา เข้ามาเช่าพื้นที่เปิดร้านจำหน่ายสินค้า เกือบ 1,000 ร้าน บนพื้นประมาณ 25 ไร่

ขณะเกิดเหตุพ่อค้าแม่ค้าได้ยินเสียงระเบิดคล้ายถังแก๊สระเบิดขึ้น บริเวณใกล้ทางเข้าตลาดใหม่ช่องจอม ทางด้านทิศตะวันออก ก่อนเกิดเปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับร้านค้าถูกสร้างด้วยไม้ และสังกะสี รวมทั้งมีผ้าใบปกคลุมสำหรับกันแดด และฝนอยู่เป็นจำนวนมาก อีกสินค้าส่วนใหญ่เป็นจำพวกเสื้อผ้า ผ้าห่มมือสอง ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟโหมไหม้ และขยายลุกลามออกเป็นบริเวณกว้างอย่างรวดเร็ว

บรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งชาวไทยและกัมพูชา ต่างวิ่งพากันหนีเอาตัวรอดกันอย่างอลหม่าน พร้อมทั้งพยายามขนสินค้าของตัวเองหนีไฟออกมา แต่ไม่สามารถนำออกมาได้หมด ต้องปล่อยให้เปลวเพลิงเผาไหม้สินค้าไปต่อหน้าต่อตา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาบเชิง ได้ประสานงานระดมรถน้ำดับเพลิงทั้งจากเทศบาลตำบลกาบเชิง และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ใกล้เคียงกว่า 20 คัน เข้าไปช่วยฉีดน้ำสกัดเพลิง ท่ามกลางกลุ่มควันที่พวยพุ่งดำเต็มท้องฟ้า

เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาสกัดเพลิงนานเกือบ 2 ชั่วโมง (ชม.) เปลวเพลิงจึงลดความรุนแรงลง เหลือเพียงกลุ่มเพลิงที่ยังลุกไหม้เล็กน้อยในหลายจุด รวมทั้งกลุ่มควันที่ยังคุกรุ่นอยู่บางส่วนภายในบริเวณตลาด เจ้าหน้าที่ยังคงฉีดน้ำหล่อเลี้ยงสกัดเพลิงไว้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกไหม้ขึ้นมาอีก

ด้านประชาชนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวและหาซื้อสินค้า ต่างๆ ต้องผิดหวัง ยืนดูเหตุการณ์อยู่บริเวณข้างทางเป็นจำนวนมาก ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าชาวไทยและกัมพูชา เองทำได้เพียงต่างยืนดูร้านค้า และสินค้าของตัวเองที่ถูกไฟไหม้เสียหายด้วยความตกใจ และเสียใจที่ต้องมาหมดตัวไปกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

สำหรับมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้ทั้งหมด แต่เบื้องต้นคาดว่า มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท นอกจากนี้ อีกยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นชาวกัมพูชา ชาย 1 คน หญิง 1 คน ซึ่งถูกนำตัวส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลกาบเชิง อ.กาบเชิง และแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว

ต่อมาเวลา 11.30 น.วันเดียวกันนี้ นายสมเกียรติ สังข์ขาวบริรักษ์, นายปิติธรรม ฐิติมนตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) สุรินทร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งเรียกประชุมส่วนราชการต่างๆ เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือ ประชาชนชาวไทย และชาวกัมพูชา ที่ได้รับความเดือดร้อน จากเหตุเพลิงไหม้ตลาดใหม่ช่องจอม ครั้งนี้

นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จาก การสำรวจร้านค้าที่ได้รับความเสียหาย มีจำนวน 370 ร้านค้า มูลค่าความเสียหายด้านทรัพย์สินยังไม่เมินไม่ได้ แต่คาดว่า ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กั้นบริเวณไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ เกิดเหตุ เพื่อป้องกันการขโมยสินค้า ทรัพย์สินมีค่า ของชาวไทยและชาวกัมพูชา พร้อมทั้งได้ตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อช่วยเหลือชาวไทยและชาวกัมพูชาที่ได้รับ ความร้อนในเบื้องต้นให้มีที่พัก มีอาหารรับประทานแล้ว ซึ่งทุกคนจะได้รับเยี่ยวยาช่วยเหลือต่อไป

ส่วนการช่วยเหลือระยะยาวจะคัดแยกการช่วยเหลือ พ่อค้าแม่ค้าที่เป็นคนไทย ว่า จะได้รับการช่วยเหลืออะไร ซึ่งเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการอยู่แล้ว ส่วนชาวกัมพูชาขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ส่วนหน้าประเทศกัมพูชา เดินทางมาประสานงานเพื่อให้การช่วยเหลือชาวกัมพูชา ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุเกิดเพลิงไหม้แล้วเช่นกัน

“ล่าสุด ได้ประสานงานกับทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุรินทร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้เช่าพื้นที่ราชพัสดุ จากกรมธนารักษ์ ในการปรับปรุงสร้างตลาดใหม่เพื่อให้ได้มาตรฐาน มีระบบสาธารณูปโภคสมบูรณ์แบบ และเป็นตลาดการค้าชายแดนที่สามารถสร้างรายได้ และชื่อเสียงให้กับชาวจังหวัดสุรินทร์ต่อไป” นายสมเกียรติ กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ เปิดเผยว่า สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่า ร้านค้าต้นเพลิงเกิดจากร้านจำหน่ายอาหารตามสั่ง และขายเสื้อผ้ามือสองที่อยู่ติดกัน ซึ่งได้ให้คนงานร้านแก๊สนำถังแก๊สมาเปลี่ยนถังให้ใหม่ และให้คนงานร้านแก๊สประกอบต่อสายเข้ากับหัวเตาแก๊สและจุดไฟเตาแก๊สให้ แต่ขณะที่จุดแก๊ส ปรากฏว่า ไฟได้ลุกพรึบขึ้นอย่างรุนแรง คาดว่า เพราะมีแก๊สพุ่งออกมาปริมาณมากผิดปกติ เพราะระบบควบคุมการปล่อยแก๊สไม่ได้มาตรฐาน และไฟได้ไหม้ตู้เสื้อผ้าที่ตั้งอยู่ใกล้กันก่อนลุกลามโหมไหม้อย่างรวดเร็ว

“ขณะนั้นผู้ที่เห็นเหตุการณ์ได้พยายามช่วยกันใช้น้ำดับไฟแต่ไม่ได้ผล เพราะน้ำดับไฟจากแก๊สไม่ได้ และไม่มีใครปิดวาล์วถังแก๊ส ส่วนชาวเขมรผู้ที่จุดไฟเตาแก๊สทำให้เกิดเพลิงไหม้ ตกใจวิ่งหนีหายเข้าไปในฝั่งประเทศกัมพูชาแล้ว ซึ่งการดำเนินคดีนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนหากเกิดจากความประมาทต้องนำตัว ผู้กระทำมาดำเนินคดี แต่หากจากอุบัติเหตุไม่สามารถเอาผิดกับใครได้” พล.ต.ต.รณพงษ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า ล่าสุด จังหวัดสุรินทร์ได้เตรียมให้การช่วยเหลือผู้ประสบเพลิงไหม้ในด้านอาหารและ ที่พัก โดยเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ เตรียมนำถุงยังชีพมาแจกจ่ายผู้ประสบภัยเป็นการเร่งด่วน พร้อมนำเต็นท์มาติดตั้งให้เป็นที่พักอาศัยชั่วคราว และได้สั่งปิดตลาดใหม่ช่องจอมดังกล่าวเป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 7 วัน แม้จะมีร้านค้าบางส่วนไม่ได้ถูกเพลิงไหม้ก็ตาม พร้อมขอความร่วมกับประชาชนและนักท่องเที่ยวไม่ให้เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย และเพื่อรอการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและวางแผนในการก่อ สร้างตลาดใหม่ ซึ่งจะเป็นอาคารที่ปลอดภัยและแข็งแรงมั่นคงต่อไป

ที่มา http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000136457

About the author

ดอกธูปเคยเป็นเด็กบ้านนอกกระจอก ๆ คนหนึ่ง , ตอนนี้ดอกธูปเป็นคนแก่บ้านนอกที่กระจอกเหมือนเดิม ...