ปราสาทตาเมือนธม

ปราสาทตาเมือนธม

ปราสาทตาเมือนธม

ประวัติปราสาทตาเมือนธม

ปราสาทตาเมือนธม (คำว่า ตา เมือนธม เป็นภาษาเขมรแปลว่า ตาไก่ใหญ่) เป็นปราสาทหินทรายโบราณขนาดใหญ่ที่สุด ในกลุ่มปราสาทตาเมือน โบราณสถานแบบขอม 3 หลัง อันประกอบไปด้วย ปราสาทตาเมือน ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาเมือนธม ปราสาททั้งสามตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน บนแนวภูเขาบรรทัด ในต.ตาเมียง กิ่งอ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ติดชายแดนกัมพูชา ห่างเพียง 100 เมตรเท่านั้น โดยตัวปราสาทตาเมือนธม สร้างคร่อมโขดหินธรรมชาติที่ศักดิ์สิทธิ์ในรูปของสวยัมภูลึงค์ หรือลึงค์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และนี่เองที่เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่า ปราสาทหลังนี้เป็นศาสนาสถานในศาสนาพราหมณ์  ลัทธิไศวนิกาย เป็นที่สำหรับประกอบพิธีกรรม แต่ภายหลังได้ถูกใช้เป็นพุทธสถาน นักโบราณคดีกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-17 ตรงกับศิลปะขอมแบบบาปวน

ตัวปราสาทตาเมือนธมจะหันหน้าไปทางทิศใต้ ต่างจากปราสาทอื่นๆ ที่มักหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และทิศเหนือ เช่น ปราสาทพระวิหาร ซึ่งห่างจากด้านหน้าของปราสาทนี้ออกไปในเขตกัมพูชาจะมีสระน้ำ มีถนนตัดผ่านมาจากเมืองพระนครของเมืองเสียมราษฎร์ โดยถนนเส้นนี้ได้มีการกล่าวถึงในจารึกปราสาทพระขรรค์ ในเมืองพระนครว่า ได้ถูกตัดขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ.1724-1763) เพื่อเชื่อมระหว่างเมืองพระนครกับเมืองพิมาย ตัดผ่านมาถึงสระน้ำของปราสาทหลังนี้ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ามีความสำคัญพอสมควร

ปราสาทตาเมือนธม

ปราสาทตาเมือนธม

ปราสาทตาเมือนธม ประกอบด้วยปรางค์สามหลัง  มีปรางค์ประธานขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ตรงกลาง ปรางค์อีกสององค์อยู่ถัดไปด้านหลังทางด้านขวาและซ้าย ปรางค์ทั้งสามองค์หันหน้าไปทางทิศใต้ ที่ปรางค์ประธานมีลวดลายจำหลักที่สวยสดงดงาม แม้ว่าจะถูกลักลอบทำลายและทรุดโทรมไปตามกาลเวลา องค์ปราสาทตาเมือนธม ก่อนหน้านี้ กรมศิลปากรเข้าไปบูรณะ แต่ถูกกัมพูชาประท้วงจึงต้องหยุดก่อน อาจเป็นหลังปักปันเขตแดนเสร็จสิ้น ถึงจะบูรณะต่อได้

ส่วนทางด้านตะวันออกและตะวันตก มีวิหาร 2 หลังสร้างด้วยศิลาแลง อาคารทั้งหมดมีระเบียงคดซึ่งสร้างด้วยหินทรายล้อมรอบ มีโคปุระทั้งสี่ด้าน โคปุระด้านใต้ มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีบันไดทางขึ้นจากเชิงเขาด้านนั้น นอกระเบียงคดทางด้านทิศเหนือมีสระน้ำเล็ก 2 สระ ซึ่งในปราสาทเขมรทั่วๆ ไปมักจะพบว่า มีสระน้ำ หรือแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ใกล้ๆ เสมอ คาดว่าคงเป็นเรื่องของการจัดการแหล่งน้ำ และที่ลานริมระเบียงคดทางมุขด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีศิลาจารึกภาษาขอม กล่าวถึงชื่อ พระกัลปกฤษณะ จึงสันนิษฐานได้ว่า โบราณสถานแห่งนี้คงจะสร้างขึ้นเนื่องในศาสนาพราหมณ์ จากลักษณะทางสถาปัตยกรรมและลวดลายจำหลักต่างๆ ทำให้ทราบได้ว่า โบราณสถานแห่งนี้คงจะสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ซึ่งเก่าแก่กว่าโบราณสถานอีกสองแห่งในกลุ่มปราสาทตาเมือน

อย่างไรก็ตาม ปราสาทตาเมือนธม อยู่ห่างจากพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ที่สร้างในพุทธศตวรรษที่ 15 ไปทางตะวันตกหลายร้อยกิโลเมตร แม้จะไม่โด่งดังเท่าปราสาทนครวัด หรือ ปราสาทพระวิหารที่เป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ อยู่ในขณะนี้ แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมอันน่ามหัศจรรย์ของอาณาจักรขอมโบราณ ปราสาทตาเมือนธมถูกสร้างเป็นพระตำหนักพักผ่อนของกษัตริย์ขอมในยุคโบราณ ตั้งอยู่ริมถนนโบราณที่เชื่อมระหว่างเมืองที่ตั้งปราสาทนครวัด กับดินแดนที่เป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยในปัจจุบัน โดยฝ่ายไทยอ้างว่าปราสาทตาเมือนธมตั้งอยู่ในพื้นที่ทับซ้อน

และหากใครที่สนใจไปเยี่ยมเยือนปราสาทขอมโบราณแห่งนี้ ควรสอบถามข้อมูลจากหน่วยงานทหารที่ดูแลพื้นที่ที่ตั้งอยู่บริเวณนั้นก่อน เนื่องจากโบราณสถานกลุ่มนี้อยู่ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา การเที่ยวชมจึงควรอยู่เฉพาะภายในเขตปราสาทเท่านั้น ไม่ควรเดินออกไปไกลจากแนวต้นไม้รอบปราสาท เพราะพื้นที่นี้ยังไม่ปลอดภัย เนื่องจากอาจมีระเบิดฝังอยู่ และจะเดินไปเหยียบกับระเบิดได้

ความสำคัญของ…ปราสาทตาเมือนธม

บ้านมีไฟ

ปราสาทตาเมือนธม มีสิ่งก่อสร้างที่เชื่อว่าเป็นที่พักคนเดินทาง หรือที่เรียกกันว่า “ธรรมศาลา-บ้านมีไฟ”แห่งหนึ่งใน 121 แห่ง ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายแห่งเมืองพระนคร โปรดฯ ให้สร้างขึ้นจากเมืองยโสธรปุระ เมืองหลวงของอาณาจักรขอมโบราณไปยังเมืองพิมาย จึงถือว่าเป็นปราสาทหินที่เชื่อมโยงเส้นทางอารยธรรมขอมโบราณระหว่าง ปราสาทนครวัด-นครธม ประเทศกัมพูชา กับปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ และ ปราสาทหินพิมาย จ.นครราชสีมา

นอกจากนี้ ปราสาทตาเมือนโต๊ด ในกลุ่มปราสาทตาเมือน ยังเป็นอโรคยศาลา(โรงพยาบาลในสมัยนั้น) หลังสุดท้ายในเขตประเทศไทย ที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งเป็น 1 ใน 102 แห่ง ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้สร้างเพื่อช่วยเหลืออาณาประชาราษฎร์ ดังข้อความในจารึกของพระองค์ที่พบในประเทศ ไทยหลักหนึ่งระบุว่า…ทุกข์ของประชาราษฎร์ คือทุกข์ ในพระองค์…

Share

About the author

ดอกธูปเคยเป็นเด็กบ้านนอกกระจอก ๆ คนหนึ่ง , ตอนนี้ดอกธูปเป็นคนแก่บ้านนอกที่กระจอกเหมือนเดิม ...